ในโลกดนตรีตะวันตก ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์คือเรื่องของการถ่ายทอดความรู้ แต่ในโลกดนตรีไทย ความสัมพันธ์นี้ลึกซึ้งกว่านั้นมาก เพราะ "ครู" ไม่ได้หมายถึงเพียงมนุษย์ผู้สอน หากรวมถึงครูผู้ล่วงลับทุกชั่วคน ไล่ย้อนขึ้นไปจนถึงครูเทพในปกรณัม ผู้เรียนดนตรีไทยทุกคนจึงไม่ได้เรียนอยู่ตามลำพัง แต่ยืนอยู่ปลายสุดของสายธารวิชาที่ไหลมาหลายร้อยปี และพิธีที่ทำให้สายธารนี้ปรากฏเป็นรูปธรรมชัดเจนที่สุดคือ พิธีไหว้ครูและครอบครูดนตรีไทย พิธีกรรมสำคัญที่สุดของวงการซึ่งยังจัดสืบเนื่องกันทั่วประเทศจนทุกวันนี้
ทำไมดนตรีไทยต้อง "มีครู"
คนดนตรีไทยใช้คำว่า "ของมีครู" กับวิชาดนตรี หมายความว่าวิชานี้ไม่ใช่ของสาธารณะที่ใครหยิบใช้ก็ได้ตามอำเภอใจ แต่เป็นมรดกที่ต้องรับมอบอย่างถูกต้องผ่านผู้มีสิทธิ์ส่งมอบ ความเชื่อนี้มีรากจากหลายทาง ทั้งคติพราหมณ์เรื่องเทพครูผู้ประสิทธิ์ศิลปวิทยา คติพุทธเรื่องความกตัญญูต่อบุพการีทางปัญญา และภูมิปัญญาเชิงปฏิบัติที่ว่าวิชาชั้นสูงหากเรียนผิดลำดับโดยพื้นฐานไม่แน่นจะเป็นโทษต่อตัวผู้เรียนเอง ระบบ "ครู" จึงทำหน้าที่เป็นทั้งสายส่งวิชา ระบบประกันคุณภาพ และเครือข่ายสังคมที่ยึดโยงคนดนตรีทั้งประเทศเข้าด้วยกัน ศิษย์ร่วมครูเดียวกันคือญาติทางวิชา สำนักต่าง ๆ ลำดับความสัมพันธ์กันได้เหมือนลำดับเครือญาติ
เทพครูแห่งดุริยางค์ไทย
หัวใจของพิธีไหว้ครูคือการอัญเชิญและสักการะครูเทพ ซึ่งมีองค์สำคัญที่คนดนตรีรู้จักกันทั่ว ได้แก่
- พระประคนธรรพ (พระประโคนธรรพ) ครูใหญ่ฝ่ายดุริยางค์ เจ้าแห่งการดนตรีและเครื่องหนัง เชื่อกันว่าสถิตอยู่กับตะโพน กลองศักดิ์สิทธิ์ประจำวงปี่พาทย์ นี่คือเหตุที่นักดนตรีไหว้ตะโพนก่อนบรรเลงเสมอ
- พระปัญจสิงขร เทพครูผู้ทรงพิณห้ายอด ตัวแทนของเครื่องดีดเครื่องสายและความไพเราะอ่อนหวานทั้งปวง ตามพุทธประวัติคือคนธรรพ์ผู้บรรเลงพิณถวายพระพุทธเจ้าจนเป็นที่โปรดปราน
- พระวิษณุกรรม (พระวิศวกรรม) เทพแห่งการช่าง ผู้สร้างเครื่องดนตรีและโรงมหรสพ ได้รับการบูชาในฐานะครูฝ่ายสร้างสรรค์เครื่องมือ
- พระพิราพ ครูอสูรผู้ทรงอานุภาพสูงสุด ถือเป็นครูใหญ่ฝ่ายนาฏศิลป์และดุริยางคศิลป์ร่วมกัน เศียรพระพิราพคือเศียรครูที่ศักดิ์สิทธิ์และต้องปฏิบัติด้วยความเคารพสูงสุดในบรรดาเศียรครูทั้งหมด เพลงหน้าพาทย์ "องค์พระพิราพ" ก็เป็นเพลงหน้าพาทย์ชั้นสูงสุดที่ผู้จะต่อเพลงนี้ต้องผ่านเงื่อนไขครบถ้วนตามจารีตเท่านั้น
นอกจากครูเทพแล้ว พิธียังครอบคลุมถึงครูมนุษย์ผู้ล่วงลับ ครูปัจจุบันที่ยังมีชีวิต และ "ครูพักลักจำ" คือความรู้ที่ได้จากการฟังการดูโดยครูไม่รู้ตัว ทั้งหมดรวมอยู่ในคำว่า "ครู" ที่ศิษย์น้อมไหว้ในวันพิธี
โฉมหน้าของพิธี: จากเครื่องสังเวยถึงเพลงหน้าพาทย์
พิธีไหว้ครูดนตรีไทยตามแบบแผนจัดใน วันพฤหัสบดี ซึ่งถือเป็นวันครู บริเวณพิธีตั้งเครื่องบูชาและ เศียรครู (ศีรษะเทพครูจำลอง) เรียงลำดับบนที่สูง พร้อมเครื่องสังเวยตามตำรา ทั้งหัวหมู บายศรี ผลไม้ ขนมต้มแดงต้มขาว และเครื่องกระยาบวชต่าง ๆ วงปี่พาทย์ประจำพิธีนั่งพร้อมบรรเลง
ผู้ประกอบพิธีเรียกว่า ครูผู้อ่านโองการ ซึ่งต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบสิทธิ์ ("รับมอบ") มาจากครูรุ่นก่อนอย่างถูกต้องเท่านั้น ไม่ใช่ใครก็ทำได้ พิธีดำเนินไปเป็นลำดับ เริ่มจากบูชาพระรัตนตรัย อ่านโองการอัญเชิญเทพและครูทั้งปวงลงสู่มณฑลพิธี ระหว่างนั้นวงปี่พาทย์จะบรรเลง เพลงหน้าพาทย์ เฉพาะสำหรับอัญเชิญครูแต่ละองค์ทีละเพลงตามที่ครูผู้อ่านโองการเรียก เช่น เพลงสาธุการ เพลงตระเชิญ เรื่อยไปจนถึงเพลงชั้นสูง ช่วงเวลานี้คือช่วงขลังที่สุดของพิธี ผู้ร่วมงานทั้งหมดนั่งสำรวม ประนมมือ เสียงปี่พาทย์ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโลกมนุษย์กับโลกครู เมื่ออัญเชิญครบและถวายเครื่องสังเวยแล้ว จึงถึงพิธีส่วนที่ผู้เรียนรอคอยที่สุด นั่นคือการครอบ
"ครอบครู": ประตูเลื่อนขั้นแห่งวิชา
พิธีครอบ คือการที่ครูผู้ประกอบพิธีนำเศียรครูหรือมือครูมาแตะครอบลงบนศีรษะศิษย์ทีละคน พร้อมประสิทธิ์ประสาทพรและอนุญาตให้เริ่มเรียนวิชาขั้นถัดไป การครอบจึงเปรียบเสมือน "พิธีรับเข้าศึกษา" และ "พิธีเลื่อนชั้น" ในระบบการศึกษาดนตรีไทยแบบจารีต โดยทั่วไปการเรียนเพลงหน้าพาทย์ซึ่งเป็นเพลงศักดิ์สิทธิ์ต้องผ่านการครอบเป็นลำดับขั้น จากขั้นต้นสู่เพลงที่สูงขึ้นทีละชั้น ไม่สามารถข้ามขั้นได้ ผู้ที่ได้รับครอบถึงขั้นสูงสุดและได้รับมอบสิทธิ์จึงจะเป็นผู้ประกอบพิธีและครอบผู้อื่นต่อได้ ระบบนี้ทำให้สายการสืบทอดวิชาตรวจสอบย้อนกลับได้เสมอว่าใครรับมาจากใคร ย้อนขึ้นไปกี่ชั่วครูก็ตาม
สำหรับผู้เรียนดนตรีไทย วันครอบครูคือหมุดหมายชีวิตที่จดจำไม่ลืม หลายคนเล่าตรงกันว่าวินาทีที่เศียรครูแตะลงบนศีรษะนั้น ความรู้สึกรับผิดชอบต่อวิชาเปลี่ยนไปทันที จากของที่ "เรียนเอา" กลายเป็นของที่ "รับฝากมา" ซึ่งต้องรักษาและส่งต่ออย่างดีที่สุด นี่คือกลไกทางใจอันชาญฉลาดที่บรรพบุรุษออกแบบไว้เพื่อให้ศิลปะอยู่รอดข้ามศตวรรษ
มากกว่าความขลัง: หน้าที่ทางสังคมของพิธีไหว้ครู
มองด้วยสายตาสมัยใหม่ พิธีไหว้ครูทำหน้าที่ทางสังคมอย่างน้อยสี่ประการ หนึ่งคือ การรวมญาติวงการ งานไหว้ครูใหญ่แต่ละครั้งคือโอกาสที่นักดนตรีหลายรุ่นหลายสำนักได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสานสัมพันธ์ สองคือ การรับรองคุณวุฒิ การผ่านครอบแต่ละขั้นคือประกาศนียบัตรทางจารีตที่วงการยอมรับร่วมกัน สามคือ การอนุรักษ์เพลงชั้นสูง เพราะเพลงหน้าพาทย์สำคัญถูกบรรเลงครบถ้วนในพิธีทุกปี ทำให้เพลงเหล่านี้ไม่ตายไปจากความทรงจำ และสี่คือ การส่งต่อจริยธรรมวิชาชีพ โอวาทเรื่องความกตัญญู ความอ่อนน้อม และความไม่หวงวิชาแก่ผู้ควรได้รับ ถูกย้ำเตือนผ่านพิธีปีแล้วปีเล่า
พิธีไหว้ครูในวันนี้
ปัจจุบันพิธีไหว้ครูดนตรีไทยยังจัดอย่างสม่ำเสมอทั้งในสถาบันการศึกษา สำนักดนตรีเอกชน วัด และหน่วยงานศิลปวัฒนธรรมทั่วประเทศ งานใหญ่บางแห่งมีผู้เข้าร่วมนับพันคน เยาวชนที่เข้าพิธีครั้งแรกยังคงตื่นเต้นไม่ต่างจากรุ่นปู่ย่า ขณะเดียวกันก็มีการปรับตัวตามยุค เช่น การถ่ายทอดสดพิธีทางออนไลน์ให้ศิษย์ต่างแดนร่วมน้อมใจ การจัดทำเอกสารอธิบายความหมายแต่ละขั้นตอนแก่ผู้ชมรุ่นใหม่ และการวิจัยบันทึกโองการกับเพลงพิธีอย่างเป็นระบบเพื่อการอนุรักษ์
สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือแก่นของพิธี นั่นคือการประกาศว่าความรู้ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของใคร แต่คือสายธารที่ไหลผ่านเราไปสู่คนรุ่นหน้า ผู้ใดได้รับวิชาผู้นั้นมีหนี้ต่อผู้ให้ และวิธีใช้หนี้ที่ดีที่สุดคือรักษาวิชาให้บริสุทธิ์แล้วส่งต่อด้วยใจกว้างเช่นที่ครูเคยให้เรามา ตราบใดที่คติเช่นนี้ยังมีผู้ถือปฏิบัติ ดนตรีไทยก็จะยังมีลมหายใจต่อไป ไม่ว่าโลกภายนอกจะหมุนเร็วเพียงใดก็ตาม
ศัพท์น่ารู้ประจำบทความ
- เศียรครู ศีรษะเทพครูจำลองที่อัญเชิญขึ้นประดิษฐานในพิธี เช่น เศียรพระพิราพ พระประคนธรรพ
- โองการ บทอ่านอัญเชิญเทพและครูในพิธี ผู้อ่านต้องได้รับมอบสิทธิ์ตามสายจารีต
- การครอบ การนำเศียรครูหรือมือครูแตะศีรษะศิษย์เพื่อประสิทธิ์ประสาทอนุญาตให้เรียนวิชาขั้นถัดไป
- การรับมอบ การได้รับสิทธิ์เป็นผู้ประกอบพิธีไหว้ครูและครอบผู้อื่นต่อ ถือเป็นวุฒิสูงสุดทางจารีต
- เครื่องสังเวย / เครื่องกระยาบวช ของถวายครูในพิธี เช่น หัวหมู บายศรี ขนมต้มแดงต้มขาว ผลไม้มงคล
- ครูพักลักจำ ความรู้ที่ได้จากการสังเกตจดจำผู้อื่นโดยไม่ได้เรียนตรง ถือเป็นครูประเภทหนึ่งที่ต้องกตัญญูเช่นกัน
- องค์พระพิราพ เพลงหน้าพาทย์ชั้นสูงสุด สงวนไว้สำหรับผู้มีคุณสมบัติครบตามจารีตเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อยเรื่องพิธีไหว้ครูดนตรีไทย
ถาม: คนทั่วไปที่ไม่ได้เรียนดนตรีเข้าร่วมพิธีไหว้ครูได้ไหม?
ตอบ: ได้ งานไหว้ครูส่วนใหญ่เปิดให้ผู้สนใจร่วมสังเกตการณ์และร่วมบูชาได้ เพียงแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าภาพ ส่วนการเข้ารับครอบมักสงวนสำหรับผู้เรียนหรือผู้ตั้งใจเริ่มเรียนจริงตามดุลยพินิจของครูผู้ประกอบพิธี
ถาม: ทำไมพิธีต้องจัดวันพฤหัสบดี?
ตอบ: คติโบราณถือว่าวันพฤหัสบดีคือวันครู ตามความเชื่อเรื่องพระพฤหัสบดีเทพแห่งปัญญาและการอบรมสั่งสอน สถาบันการศึกษาไทยจึงจัดพิธีไหว้ครูทุกแขนงในวันพฤหัสบดีสืบมาจนเป็นธรรมเนียมแผ่นดิน
ถาม: ไม่ได้เข้าพิธีครอบ เรียนดนตรีไทยได้หรือไม่?
ตอบ: เรียนพื้นฐานทั่วไปได้ตามปกติ โรงเรียนและสถาบันสมัยใหม่สอนโดยไม่ต้องรอพิธี แต่เมื่อจะเรียนเพลงชั้นสูงโดยเฉพาะเพลงหน้าพาทย์ ครูสายจารีตจะให้เข้าพิธีครอบตามลำดับก่อน ทั้งเพื่อความถูกต้องตามขนบและเพื่อความมั่นใจทางใจของทั้งครูและศิษย์เอง
ถาม: เศียรครูที่ตั้งในพิธีคือเทวรูปหรือหน้ากากโขน?
ตอบ: เป็นศีรษะครูที่สร้างขึ้นเพื่อการบูชาโดยเฉพาะด้วยกรรมวิธีเดียวกับหัวโขนชั้นครู ผ่านพิธีเบิกเนตรถูกต้อง จึงมีสถานะเป็นวัตถุมงคลแทนองค์ครู ไม่ใช่อุปกรณ์การแสดงทั่วไป การสร้าง เก็บรักษา และอัญเชิญล้วนมีขนบเฉพาะที่ต้องเคารพ
ถาม: พิธีไหว้ครูดนตรีไทยต่างจากไหว้ครูโขนละครอย่างไร?
ตอบ: รากเดียวกันและมักจัดร่วมกันได้ เพราะดุริยางคศิลป์กับนาฏศิลป์ไทยนับถือครูร่วมสาย ต่างกันที่รายละเอียด เช่น ฝ่ายดนตรีให้ความสำคัญกับตะโพนและเพลงหน้าพาทย์ประจำเครื่องมือ ฝ่ายนาฏศิลป์มีการรำถวายมือและครอบท่ารำ พิธีใหญ่หลายแห่งจึงรวมสองฝ่ายไว้ในมณฑลเดียวกันอย่างสมบูรณ์


