ถ้าดนตรีทั้งโลกคือหอสมุดใหญ่ ดนตรีตะวันตกที่ครองวิทยุ สตรีมมิง และหลักสูตรก็เป็นเพียงชั้นหนังสือชั้นเดียว ชั้นที่เหลืออีกนับพันเต็มไปด้วยระบบเสียง ปรัชญาเวลา และวิธีคิดเรื่องความไพเราะที่ต่างออกไปจนบางระบบทำสิ่งที่ตะวันตกถือว่าเป็นไปไม่ได้ มีวัฒนธรรมที่คนคนเดียวร้องสองเสียงพร้อมกัน มีระบบที่วงจรจังหวะยาว 16 จังหวะถูกนับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และมีวงดนตรีที่จูนเสียงจงใจให้ "เพี้ยนคู่" เพื่อให้เสียงระยิบเหมือนแดดบนผิวน้ำ บทความนี้จะพาเดินหอสมุดชั้นที่เหลือ ผ่านห้าภูมิภาคเสียงที่ทรงอิทธิพลที่สุด แล้วปิดด้วยคำถามสองข้อ คำว่า world music เป็นคำชมหรือคำขัง และดนตรีไทยยืนอยู่ตรงไหนบนแผนที่นี้

กาเมลัน: วงระฆังสำริดที่เปลี่ยนหูตะวันตก

เริ่มที่เพื่อนบ้านใกล้สุดของเรา กาเมลัน แห่งชวาและบาหลี วงเครื่องตีสำริดขนาดใหญ่ ฆ้อง เมทัลโลโฟน กลอง ที่ทำงานเป็นระบบนิเวศเดียว หลักการจัดวงคล้ายญาติกับปี่พาทย์ไทยอย่างชวนขนลุก เครื่องเสียงต่ำตีโครงห่าง ๆ เครื่องเสียงสูงถักลายถี่ซ้อนบนโครงเดียวกัน ฆ้องใหญ่ตีปิดหัววรรคเป็นเสาหลักของวงจรเวลา สองระบบเสียงของมัน (สเลนโดรห้าเสียงและเปโลกเจ็ดเสียง) ไม่ตรงกับบันไดเสียงตะวันตกใด และธรรมเนียมบาหลีที่จูนเครื่องคู่ให้ความถี่คลาดกันจงใจเพื่อให้เกิดคลื่นกระเพื่อมระยิบระยับ คือการใช้ "บีต" ทางฟิสิกส์เป็นเครื่องสำอางเสียงอย่างจงใจ ที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์คือกาเมลันไม่ได้เป็นแค่ของแปลกในสายตาตะวันตก มันเปลี่ยนตะวันตกจริง เมื่อวงกาเมลันชวาไปแสดงที่งานเวิลด์แฟร์ปารีสปี 1889 หนุ่มเดอบูว์ซีฟังแล้วโลกทัศน์แตก เขาเขียนภายหลังทำนองว่าเสียงเพอร์คัชชันชวาทำให้เสียงประสานตะวันตกฟังราวกับเสียงงานวัดข้างถนน อิทธิพลนั้นซึมเข้างานเปียโนของเขาและเปิดประตูให้ดนตรีศตวรรษที่ยี่สิบทั้งสาย จนถึงมินิมัลลิสม์อเมริกันที่สตีฟ ไรช์กับฟิลิป กลาสยอมรับหนี้ต่อกาเมลันตรง ๆ

ราคะและตาละ: เมื่ออินเดียคิดเรื่องเวลาลึกกว่าใคร

ดนตรีคลาสสิกอินเดีย (สายเหนือฮินดูสตานีและสายใต้กรณาฏกะ) สร้างระบบที่ลึกคนละทางกับตะวันตก แทนที่จะซ้อนเสียงเป็นคอร์ด มันเจาะลึกแนวทำนองเดี่ยวด้วย ราคะ ซึ่งมากกว่าบันไดเสียง มันคือบุคลิกทางดนตรีที่กำหนดโน้ตที่ใช้ วิธีขึ้น-ลงที่ต่างกัน โน้ตหัวใจ ท่วงท่าประดับ อารมณ์ และกระทั่งเวลาที่เหมาะแสดง (ราคะยามเช้า ราคะหลังเที่ยงคืน) ฝั่งจังหวะคือ ตาละ วงจรที่นับเป็นรอบตายตัว เช่น ทีนตาลสิบหกจังหวะ นักดนตรีด้นสดโลดโผนแค่ไหนก็ต้องกลับมาลงจังหวะหนึ่ง (ซัม) พร้อมกันอย่างแม่นยำ เกมความตึง-คลายระหว่างอิสรภาพกับวินัยนี้คือหัวใจความเร้าใจของคอนเสิร์ตอินเดีย ผู้ฟังที่ตามวงจรเป็นจะโยกหัวรับตอนศิลปินหนีจังหวะไปไกลแล้ววกกลับมาลงซัมเป๊ะ ระบบการศึกษาของมันคือกูรู-ศิษยา สืบทอดปากต่อปากมือต่อมือหลายชั่วโมงต่อวันนานนับสิบปี แบบเดียวกับระบบครู-ศิษย์และการต่อเพลงของดนตรีไทยที่ความรู้อยู่ในตัวคนไม่ใช่ในกระดาษ อิทธิพลอินเดียต่อโลกก็มหาศาล จากราวี ชังการ์ที่จับมือเดอะบีเทิลส์ยุคหกศูนย์ จนแนวคิดโดรนและการด้นแบบโมดัลซึมเข้าแจ๊สและดนตรีทดลองตะวันตกถาวร

โคระแห่งกรีโอต์ ทูวาสองเสียง และทางไกลอาหรับ-ฟลาเมงโก

สามป้ายถัดไปของการเดินทาง หนึ่ง แอฟริกาตะวันตก บ้านของ โคระ พิณ 21 สายเสียงใสราวน้ำไหล เครื่องประจำตระกูล กรีโอต์ นักดนตรี-นักประวัติศาสตร์-นักการทูตสืบสายเลือดของวัฒนธรรมมันเดที่แบกจดหมายเหตุของชุมชนไว้ในความจำและบทเพลงมาหลายศตวรรษ ระบบจังหวะแอฟริกาตะวันตกที่ถักหลายวงจรซ้อนกัน (โพลีริธึม) คือรากที่ไหลผ่านการค้าทาสไปเกิดใหม่เป็นบลูส์ แจ๊ส และดนตรีลาตินทั้งตระกูลดังที่บทความก่อน ๆ ของเราเล่าไว้ สอง สาธารณรัฐทูวาในไซบีเรียใต้ เจ้าของ โคเมย์ การร้องทำนองสองชั้นพร้อมกันจากคนคนเดียว นักร้องเปล่งเสียงต่ำค้างเป็นโดรนแล้วใช้การบีบรูปช่องปากขยายฮาร์มอนิกทีละตัวจนเป็นทำนองเสียงนกหวีดลอยอยู่ข้างบน นี่คือฟิสิกส์อนุกรมฮาร์มอนิกจากบทความเสียงของเราถูกใช้เป็นเทคนิคขับร้องตรง ๆ สาม สายธารอาหรับ-แอนดาลูเซีย ระบบ มะกาม ของโลกอาหรับที่แบ่งเสียงละเอียดถึงระดับเสี้ยวเสียงให้สีอารมณ์ที่ระบบสิบสองเสียงไม่มี เดินทางผ่านสเปนมุสลิมแปดร้อยปีไปผสมวัฒนธรรมยิปซีอันดาลูเซียเป็น ฟลาเมงโก ศิลปะรวมร้องลึก (คันเตฆอนโด) กีตาร์ และเท้ากระทืบที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนมรดกมนุษยชาติ ทุกป้ายที่แวะล้วนยืนยันข้อเดียวกัน ไม่มีวัฒนธรรมไหนผูกขาดความลึก มีแต่ความลึกคนละมิติ

คำว่า world music และตำแหน่งของดนตรีไทย

คำว่า world music ถูกปั้นเป็นหมวดการตลาดในลอนดอนปี 1987 เพื่อให้แผ่นเสียงจากแอฟริกา-เอเชียมีชั้นวางในร้าน ผลบวกคือศิลปินนอกตะวันตกจำนวนมากถูกโลกได้ยิน แต่คำวิจารณ์ก็หนักแน่น มันจับดนตรี 90% ของมนุษยชาติยัดกล่องเดียวโดยมีตะวันตกเป็นจุดอ้างอิง (เพลงสวีเดนกับเพลงเซเนกัลอยู่หมวดเดียวกันเพียงเพราะไม่ใช่อังกฤษ-อเมริกัน) ยุคสตรีมมิงกำลังสลายกล่องนี้เอง เมื่อผู้ฟังเข้าถึงแนวเฉพาะได้ตรง ๆ โดยไม่ผ่านชั้นวางร้านแผ่น แล้วดนตรีไทยอยู่ตรงไหนบนแผนที่ ในสายตาชาติพันธุ์ดุริยางควิทยา ดนตรีไทยคือสมาชิกเด่นของ วงศ์วัฒนธรรมฆ้อง-ระนาดอุษาคเนย์ ร่วมสายเลือดกับกาเมลันชวา พินพีตเขมร และวงลาว มีลายเซ็นเฉพาะที่นักวิชาการโลกยกย่อง ระบบเจ็ดเสียงเท่าที่เป็นคำตอบอิสระของโจทย์เทียบเสียง เทคนิคการแปรทำนองหลักพร้อมกันหลายแนว (เฮเทอโรโฟนี) ที่ซับซ้อนเป็นพิเศษ และวรรณกรรมเพลงเดี่ยวอวดฝีมือที่ลึกไม่แพ้ราคะอินเดีย จุดที่ยังขาดไม่ใช่คุณค่าแต่คือการมองเห็น กาเมลันถูกสอนในมหาวิทยาลัยตะวันตกหลายร้อยแห่งเพราะนักวิชาการและรัฐอินโดนีเซียผลักดันต่อเนื่องนับศตวรรษ ดนตรีไทยมีของครบแต่มีวงในต่างแดนน้อยกว่ามาก นี่คือการบ้านเชิงยุทธศาสตร์วัฒนธรรมข้อใหญ่ และคือเหตุผลสุดท้ายที่เราควรฟังดนตรีโลก ไม่ใช่เพื่อเป็นนักสะสมของแปลก แต่เพราะทุกครั้งที่เข้าใจระบบเสียงของคนอื่น เราได้กระจกบานใหม่ไว้ส่องเห็นความพิเศษของเสียงตัวเองชัดขึ้น

อภิธานศัพท์ประจำบทความ

  • กาเมลัน วงเครื่องตีสำริดชวา-บาหลี ญาติร่วมวงศ์ของปี่พาทย์ ผู้เปลี่ยนหูดนตรีตะวันตกศตวรรษที่ 20
  • ราคะ / ตาละ ระบบบุคลิกทำนองและวงจรจังหวะของดนตรีคลาสสิกอินเดีย
  • กรีโอต์ / โคระ ตระกูลนักดนตรี-นักจดหมายเหตุแอฟริกาตะวันตก และพิณ 21 สายประจำตัว
  • โคเมย์ การขับร้องสองเสียงพร้อมกันของทูวา โดยขยายฮาร์มอนิกของเสียงโดรนเป็นทำนอง
  • มะกาม ระบบโหมดของดนตรีอาหรับที่ใช้เสี้ยวเสียงให้สีอารมณ์ละเอียดกว่าระบบสิบสองเสียง
  • เฮเทอโรโฟนี การบรรเลงทำนองเดียวกันหลายแนวพร้อมกันโดยต่างคนต่างแปร ลายเซ็นของดนตรีไทยและอุษาคเนย์

คำถามทบทวนและประเด็นชวนคิด

1. เหตุการณ์เดอบูว์ซีฟังกาเมลันปี 1889 สอนอะไรเรื่องทิศทางการไหลของวัฒนธรรม?
สอนว่ากระแส "ตะวันตกให้ ตะวันออกรับ" ที่คนชอบเล่าเป็นภาพครึ่งเดียว ประวัติศาสตร์จริงไหลสองทางเสมอ กาเมลันเปลี่ยนเดอบูว์ซี ราคะเปลี่ยนแจ๊สโมดัล เพนทาโทนิกเอเชียอยู่ในเพลงป็อปโลกทุกวันนี้ บทเรียนเชิงยุทธศาสตร์สำหรับไทยคือการนำดนตรีไปแสดงในเวทีที่ "คนสร้างสรรค์ของโลก" อยู่ อาจให้ผลตอบแทนทางวัฒนธรรมสูงกว่าการแสดงเพื่อผู้ชมทั่วไป เพราะผู้ฟังหนึ่งคนที่เป็นคีตกวีหรือโปรดิวเซอร์ อาจพาเสียงไทยเข้าไปอยู่ในงานที่คนฟังล้านคนโดยเราไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลย

2. ระบบกูรู-ศิษยาของอินเดียกับระบบต่อเพลงของไทย เก็บอะไรที่โน้ตเพลงเก็บไม่ได้?
เก็บสิ่งที่อยู่ระหว่างโน้ต วิธีเอื้อน น้ำหนักมือ จังหวะหายใจ รสของการช้าเร็วในแต่ละบริบท และมารยาท-จิตวิญญาณของการเป็นนักดนตรี สิ่งเหล่านี้ส่งผ่านการอยู่ใกล้ครูนานปีแบบซึมซับ ไม่ใช่การอ่าน คำถามที่ทั้งอินเดียและไทยเผชิญเหมือนกันคือระบบนี้ขัดกับจังหวะชีวิตสมัยใหม่ที่ไม่มีใครอยู่กับครูวันละหลายชั่วโมงได้ ทางออกที่กำลังทดลองกันคือลูกผสม ใช้สื่อดิจิทัลเก็บส่วนที่เก็บได้ และรักษาเวลาต่อหน้าครูไว้สำหรับส่วนที่เครื่องเก็บไม่ได้ ซึ่งจะสำเร็จหรือไม่คือโจทย์ของคนรุ่นนี้แท้ ๆ

3. คำว่า world music ควรเลิกใช้หรือไม่?
ในฐานะหมวดการตลาดมันกำลังตายเองตามธรรมชาติของสตรีมมิง และไม่น่าเสียดาย แต่สิ่งที่ต้องไม่ตายไปด้วยคือเจตนาดีที่เคยอยู่ใต้คำนั้น คือความพยายามให้เสียงนอกกระแสหลักถูกได้ยิน ทางที่ดีกว่าคือเรียกดนตรีด้วยชื่อจริงของมัน กาเมลัน หมอลำ ฟลาเมงโก มะกาม แบบเดียวกับที่เราไม่เรียกอาหารญี่ปุ่น-อิตาเลียน-อินเดียรวมกันว่า world food การให้เกียรติชื่อเฉพาะคือก้าวแรกของการฟังอย่างเสมอภาค และผู้ฟังไทยที่อยากให้โลกเรียก "ปี่พาทย์" ไม่ใช่ "Thai traditional music" แบบเหมารวม ก็ควรเริ่มจากเรียกดนตรีของเพื่อนบ้านด้วยชื่อจริงของเขาเช่นกัน

4. ทำไมกาเมลันจึงมีวงในมหาวิทยาลัยทั่วโลกมากกว่าปี่พาทย์ ทั้งที่ความลึกใกล้เคียงกัน?
ปัจจัยหลักไม่ใช่คุณค่าดนตรีแต่คือประวัติศาสตร์การผลักดัน นักชาติพันธุ์ดุริยางควิทยารุ่นบุกเบิกหลายคนศึกษาชวา-บาหลีแล้วนำวงกลับไปตั้งในมหาวิทยาลัยตน อินโดนีเซียเองก็ส่งครูและเครื่องดนตรีสนับสนุนต่อเนื่อง เกิดวงจรลูกโซ่ ศิษย์ตั้งวงใหม่ วงสร้างงานวิจัย งานวิจัยดึงทุน สิ่งที่ไทยเรียนได้ตรง ๆ คือการปลูก "วงไทยในต่างแดน" อย่างเป็นระบบ ส่งครู เครื่อง และหลักสูตรไปหยั่งรากในมหาวิทยาลัยโลก ต้นทุนต่อปีน้อยกว่างานอีเวนต์ใหญ่ครั้งเดียว แต่ผลตอบแทนคือรากที่งอกเองไปอีกห้าสิบปี

5. อยากเริ่มฟังดนตรีโลกอย่างเป็นระบบ ควรเดินอย่างไร?
ใช้เส้นทางห้าป้ายของบทความนี้เป็นแผนที่ เริ่มจากกาเมลันบาหลี (ใกล้หูคนไทยสุดและเห็นเครือญาติปี่พาทย์ทันที) ต่อด้วยราคะอินเดียหนึ่งการแสดงเต็ม ๆ โดยตั้งใจตามวงจรตาละให้เจอจุดลงซัม แล้วไปโคระแอฟริกาตะวันตกฟังความใสของ 21 สาย ตามด้วยคลิปโคเมย์ทูวาที่จะทำให้ไม่เชื่อหูตัวเอง ปิดด้วยฟลาเมงโกสด ๆ สักชุด กติกาเดียวคือฟังแต่ละแบบอย่างน้อยสามครั้งก่อนตัดสิน เพราะหูต้องการเวลาสร้างคลังไวยากรณ์ใหม่ตามหลักจิตวิทยาดนตรีที่เราเล่าไว้ แล้วจะพบรางวัลใหญ่ที่สุดของการเดินทางนี้ เมื่อกลับมาฟังเพลงไทยอีกครั้ง หูจะได้ยินความพิเศษที่เคยมองข้ามเพราะอยู่ใกล้เกินไป


📜 บทความสาระความรู้โดยทีมงาน ThaiMusicHub.com — ศูนย์รวมความรู้ดนตรีไทยและดนตรีสากล จัดทำเพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทาน หากนำเนื้อหาไปใช้ กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มา