ต้นศตวรรษที่ 19 รัสเซียคือมหาอำนาจทางทหารที่เป็นจังหวัดชายขอบทางดนตรี ราชสำนักฟังโอเปร่าอิตาลี ขุนนางพูดฝรั่งเศส และดนตรีศิลป์ของชาติแทบไม่มีอยู่ ภายในเวลาเพียงสองชั่วอายุคน ประเทศเดียวกันนี้ผลิตคีตกวีที่โลกทั้งใบรัก บัลเลต์ที่เป็นหน้าตาของศิลปะการเต้น และสำนักดนตรีที่ท้าทายอำนาจเยอรมัน-อิตาลีได้สำเร็จ เรื่องราวการทะยานของดนตรีรัสเซียคือหนึ่งในบทที่ตื่นเต้นที่สุดของประวัติศาสตร์ดนตรี และคือกรณีศึกษาอมตะว่าชาติหนึ่งจะสร้างเสียงของตนเองได้อย่างไร บทความนี้จะเล่าผ่านสองสายที่ทั้งขัดแย้งและเติมเต็มกัน กลุ่มห้าผู้ยิ่งใหญ่กับไชคอฟสกี

กลินกา: ประกายไฟแรก

ทุกตำนานรัสเซียเริ่มที่ มิคาอิล กลินกา (1804-1857) ขุนนางผู้ไปเรียนดนตรีที่อิตาลีแล้วเกิดคำถามพลิกชีวิต ทำไมข้าจึงเขียนเพลงอิตาลี ทั้งที่หัวใจข้าคือรัสเซีย เขากลับบ้านมาเขียนโอเปร่า ชีวิตเพื่อซาร์ (1836) ที่หลอมทำนองพื้นบ้านรัสเซียเข้ารูปแบบโอเปร่าตะวันตกเป็นครั้งแรก ตามด้วยรุสลันกับลุดมิลาที่เปิดโลกเสียงแฟนตาซีตะวันออก ประโยคของนักวิจารณ์ยุคหลังสรุปสถานะเขาไว้ว่า ดนตรีรัสเซียทั้งมวลออกมาจากเสื้อคลุมของกลินกา เขาพิสูจน์ว่าวัตถุดิบพื้นบ้านรัสเซียสร้างศิลปะชั้นสูงได้ คำถามถัดมาคือใครจะสานต่อ และด้วยวิธีไหน คำตอบสองแบบที่เกิดขึ้นคือสองสายที่นิยามดนตรีรัสเซียทั้งศตวรรษ

กลุ่มห้าผู้ยิ่งใหญ่: สมัครเล่นผู้เปลี่ยนโลก

ที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กทศวรรษ 1860 ชายห้าคนรวมตัวกันด้วยอุดมการณ์แรงกล้า ดนตรีรัสเซียต้องเป็นรัสเซียแท้ ไม่เดินตามตำราเยอรมัน สิ่งที่เหลือเชื่อคือทั้งห้าแทบไม่ใช่นักดนตรีอาชีพ บาลากิเรฟ หัวหน้ากลุ่มคือนักดนตรีจริงเพียงคนเดียว มูสอร์กสกี เป็นข้าราชการ ริมสกี-คอร์ซาคอฟ เป็นนายทหารเรือ โบโรดิน เป็นศาสตราจารย์เคมีระดับมีผลงานวิจัยระดับโลก และ กุย เป็นวิศวกรทหาร โลกจดจำพวกเขาในนาม กลุ่มห้าผู้ยิ่งใหญ่ (The Mighty Handful) พวกเขาปฏิเสธสถาบันดนตรีที่เพิ่งตั้ง มองว่ามันคือโรงงานผลิตสำเนาเยอรมัน แล้วเรียนรู้กันเองจากเพลงพื้นบ้าน เพลงสวดออร์โธด็อกซ์ และเสียงระฆังโบสถ์ ผลงานของกลุ่มคือคลังเสียงรัสเซียแท้ที่ทรงพลังดิบ มูสอร์กสกีเขียนบอริส โกดูนอฟ โอเปร่าที่ให้ประชาชนเป็นพระเอกและความจริงอันโหดร้ายเป็นแกน กับภาพจากนิทรรศการที่กลายเป็นงานเปียโน-ออร์เคสตราอมตะ โบโรดินฝากเจ้าชายอิกอร์และท่วงทำนองที่ไพเราะจนบรอดเวย์ยืมไปทำเพลงฮิต ริมสกี-คอร์ซาคอฟ ผู้กลายเป็นปรมาจารย์การเรียบเรียงวง เขียนเชเฮราซาดที่พาโลกอาหรับราตรีเข้าห้องคอนเสิร์ต และกลายเป็นครูของคนรุ่นถัดไปทั้งสตราวินสกี ความสมัครเล่นของกลุ่มคือทั้งจุดแข็ง (อิสระจากกรอบ กล้าทำสิ่งที่ตำราห้าม) และจุดอ่อน (งานหลายชิ้นค้างไม่จบ ต้องให้ริมสกีตามเก็บเรียบเรียง) แต่มรดกของพวกเขาชัดเจน ดนตรีรัสเซียมีดีเอ็นเอของตนเองแล้ว

ไชคอฟสกี: หัวใจรัสเซีย ฝีมือยุโรป

อีกสายหนึ่งเดินคนละทาง ปิออตร์ อิลิช ไชคอฟสกี (1840-1893) คือผลผลิตรุ่นแรกของสถาบันดนตรีเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กที่กลุ่มห้าดูแคลน เขาเชื่อว่ารัสเซียไม่ต้องเลือกระหว่างหัวใจกับฝีมือ จงเรียนเครื่องมือตะวันตกให้ถึงที่สุด แล้วใช้มันเล่าความรู้สึกรัสเซียให้โลกฟัง ผลลัพธ์คือคีตกวีที่ "แปล" อารมณ์ได้สากลที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำนองของเขาไหลตรงเข้าหัวใจผู้ฟังทุกชาติโดยไม่ต้องมีเชิงอรรถ ผลงานครองโลกของเขาไล่ตั้งแต่ บัลเลต์สามเรื่อง สวอนเลก เจ้าหญิงนิทรา และนัทแครกเกอร์ ที่ยกดนตรีบัลเลต์จากเสียงประกอบเป็นศิลปะเอกเทศ จนกลายเป็นประเพณีคริสต์มาสของโลกและเสาหลักของทุกคณะบัลเลต์ เปียโนคอนแชร์โตหมายเลขหนึ่ง กับ ไวโอลินคอนแชร์โต ที่คือบทบังคับของนักเดี่ยวทุกคน โอเปร่าเยฟเกนี โอเนกิน และ ซิมโฟนีหมายเลขหก ปาเตติก ที่จบด้วยท่อนช้าดับสูญราวคำอำลา ก่อนเขาเสียชีวิตกะทันหันเก้าวันหลังปฐมทัศน์ ปริศนาการตาย (อหิวาต์ตามทางการ หรือทฤษฎีอื่นที่ยังถกเถียง) ยิ่งประทับตำนาน ชีวิตภายในของเขาเองก็คือโศกนาฏกรรมเงียบ ความรักที่สังคมยุคนั้นไม่อนุญาตให้เปิดเผยกลายเป็นความเจ็บที่หล่อเลี้ยงความลึกของงาน และจดหมายนับพันฉบับกับผู้อุปถัมภ์หญิงนาเดจดา ฟอน เม็ค ที่ตกลงกันว่าจะไม่พบหน้ากันเลย คือหนึ่งในมิตรภาพประหลาดงดงามที่สุดของประวัติศาสตร์ศิลปะ

สองสายที่กลายเป็นสายเดียว

ความขัดแย้งกลุ่มห้า-ไชคอฟสกีจบแบบที่ประวัติศาสตร์ชอบ ทั้งสองถูกต้อง รุ่นถัดมาหลอมสองสายเข้าด้วยกัน รัคมานินอฟถือทำนองแบบไชคอฟสกีกับจิตวิญญาณระฆังรัสเซีย สตราวินสกีศิษย์ริมสกีระเบิดโลกด้วยไฟร์เบิร์ดและไรต์ออฟสปริงที่ยืนบนรากพื้นบ้านแบบกลุ่มห้าด้วยเทคนิคอลังการ โปรโคเฟียฟและชอสตาโควิชพารัสเซียครองศตวรรษที่ 20 ต่อ บทเรียนเชิงระบบของเรื่องนี้มีค่ากับทุกวัฒนธรรม การสร้างเสียงประจำชาติต้องการทั้งสายรากที่กล้ายืนยันวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างไม่ประนีประนอม และสายสะพานที่แปลมันสู่ภาษาสากลอย่างแตกฉาน ขาดสายแรกได้สำเนาไร้วิญญาณ ขาดสายหลังได้ของแท้ที่โลกเข้าไม่ถึง รัสเซียมีครบสองสายในจังหวะเดียวกัน และนั่นคือเหตุที่หมีขาวผงาดบนแผนที่ดนตรีโลกภายในครึ่งศตวรรษ

อภิธานศัพท์ประจำบทความ

  • กลินกา บิดาแห่งดนตรีรัสเซีย ผู้พิสูจน์ว่าเพลงพื้นบ้านรัสเซียสร้างศิลปะชั้นสูงได้
  • กลุ่มห้าผู้ยิ่งใหญ่ ห้าคีตกวีเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กผู้สร้างดนตรีรัสเซียแท้นอกสถาบัน
  • บอริส โกดูนอฟ โอเปร่าของมูสอร์กสกีที่ให้ประชาชนเป็นพระเอก ยอดงานสายรัสเซียแท้
  • เชเฮราซาด งานวาดภาพอาหรับราตรีของริมสกี-คอร์ซาคอฟ ตำราการเรียบเรียงวงมีชีวิต
  • ปาเตติก ซิมโฟนีหมายเลขหกบทสุดท้ายของไชคอฟสกี ที่จบด้วยความดับสูญแทนชัยชนะ
  • ฟอน เม็ค ผู้อุปถัมภ์หญิงของไชคอฟสกีผู้สื่อสารกันทางจดหมายโดยไม่เคยพบหน้า

คำถามทบทวนและประเด็นชวนคิด

1. เหตุใดกลุ่มนักดนตรีสมัครเล่นจึงสร้างการปฏิวัติที่มืออาชีพทำไม่ได้?
เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าอะไร "ทำไม่ได้" การไร้การฝึกตามตำราหมายถึงไร้กรอบเซ็นเซอร์ในหัว มูสอร์กสกีเขียนคอร์ดที่ครูเยอรมันจะขีดฆ่า และคอร์ดเหล่านั้นคือเสียงรัสเซียที่โลกไม่เคยได้ยิน ขณะเดียวกันอาชีพหลักของแต่ละคน (เคมี ทหารเรือ) ก็ให้มุมมองข้ามศาสตร์ บทเรียนคือความบริสุทธิ์จากขนบคือทรัพยากรจริงของนวัตกรรม แม้ต้องจ่ายด้วยความไม่สมบูรณ์ทางเทคนิคที่คนรุ่นหลังต้องตามขัด

2. ไชคอฟสกีถูกกลุ่มห้าค่อนว่าเป็นตะวันตกเกินไป ข้อกล่าวหานี้ยุติธรรมหรือไม่?
ไม่ยุติธรรมเมื่อฟังผลงานจริง ใต้เทคนิคยุโรปของเขาคือทำนองที่หายใจแบบเพลงพื้นบ้านรัสเซีย ความโศกแบบสลาฟ และเสียงระฆังที่ฝังในฮาร์โมนี ความเป็นรัสเซียของเขาลึกระดับสัญชาตญาณจึงไม่ต้องประกาศ ข้อพิพาทนี้สอนว่าอัตลักษณ์วัฒนธรรมมีสองชั้น ชั้นวัตถุดิบที่มองเห็น กับชั้นวิญญาณที่ต้องฟังเป็น การตัดสินจากชั้นแรกอย่างเดียวมักพลาด

3. เหตุใดบัลเลต์ของไชคอฟสกีจึงเป็นจุดเปลี่ยนของศิลปะการเต้น?
ก่อนเขา ดนตรีบัลเลต์คือเสียงประกอบจังหวะที่นายโรงสั่งตัดต่อตามใจ ไชคอฟสกีเขียนมันเป็นซิมโฟนีเต้นได้ ธีมผูกตัวละคร โครงอารมณ์ทั้งเรื่อง และความไพเราะที่ยืนเดี่ยวในห้องคอนเสิร์ตได้ เมื่อดนตรีมีศักดิ์ศรีเท่าท่าเต้น บัลเลต์ทั้งศาสตร์ก็ถูกยกขึ้นตาม นักออกแบบท่าเต้นรุ่นหลังทั้งหมดทำงาน "กับ" ดนตรี ไม่ใช่ "บน" ดนตรีอีกต่อไป มรดกที่สืบถึงสตราวินสกีและบัลเลต์สมัยใหม่ทั้งสาย

4. เรื่องราวดนตรีรัสเซียให้แบบเรียนอะไรแก่ประเทศที่อยากสร้างวัฒนธรรมสู่เวทีโลก?
สี่ข้อที่ยังใช้ได้ตรง ๆ หนึ่ง ต้องมีผู้จุดไฟที่พิสูจน์ว่าวัตถุดิบท้องถิ่นมีค่า (กลินกา) สอง ต้องยอมให้สองสาย รากแท้กับสะพานสากล อยู่ร่วมและปะทะกันอย่างสร้างสรรค์ สาม สถาบันการศึกษาและผู้อุปถัมภ์คือโครงที่ขาดไม่ได้แม้จะถูกด่า และสี่ ใช้เวลาสองสามชั่วอายุคน ไม่มีทางลัด สูตรนี้อ่านแทนได้ทั้งเคป็อปเกาหลีที่สำเร็จแล้ว และดนตรีไทยร่วมสมัยที่กำลังเดินอยู่

5. ควรเริ่มฟังดนตรีรัสเซียจากอะไร?
เริ่มที่ฉากเปิดสวอนเลกที่โอโบเป่าธีมหงส์เหนือพิณกระเพื่อม หนึ่งนาทีที่นิยามคำว่ารัสเซียโรแมนติก ตามด้วยเปียโนคอนแชร์โตหมายเลขหนึ่งท่อนแรก แล้วข้ามฝั่งไปเชเฮราซาดของริมสกีเพื่อสีสันวงระดับตำรา และภาพจากนิทรรศการของมูสอร์กสกี (ฉบับราเวลเรียบเรียง) เพื่อพลังดิบสายกลุ่มห้า ปิดด้วยท่อนจบปาเตติกในห้องเงียบ ๆ เมื่อเสียงสุดท้ายจมหายไป ผู้ฟังจะเข้าใจว่าเหตุใดโลกจึงยกหัวใจให้ดนตรีของแผ่นดินหนาวเย็นนี้มาตลอดศตวรรษครึ่ง


📜 บทความสาระความรู้โดยทีมงาน ThaiMusicHub.com — ศูนย์รวมความรู้ดนตรีไทยและดนตรีสากล จัดทำเพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทาน หากนำเนื้อหาไปใช้ กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มา