ยุคทองของดนตรีไทยช่วงรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 7 มีดาวฤกษ์หลายดวงส่องแสงพร้อมกัน หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) โด่งดังด้านระนาดและการประพันธ์อันหวือหวา จางวางทั่ว พาทยโกศล ยิ่งใหญ่ด้านทางฆ้องอันหนักแน่น แต่มีอีกนามหนึ่งที่คนดนตรีเอ่ยถึงด้วยความเคารพเป็นพิเศษในฐานะ "ครูของครู" ด้านความประณีตและการขับร้อง นั่นคือ พระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน) ครูดนตรีเพียงไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ถึงชั้นพระยา บทความนี้จะประกอบภาพชีวิตและมรดกของท่าน พร้อมเรื่องราวของสกุลสุนทรวาทินที่เป็นเสมือนราชวงศ์แห่งการดนตรีไทย

กำเนิดในเรือนครู: มรดกจากครูช้อย สุนทรวาทิน

แช่ม สุนทรวาทิน เกิดเมื่อ พ.ศ. 2409 ในครอบครัวดนตรีชั้นครูโดยแท้ บิดาคือ ครูช้อย สุนทรวาทิน คีตกวีเอกยุครัชกาลที่ 4-5 ผู้แต่งเพลงเถาและเพลงสำคัญไว้มากมาย ครูช้อยแม้พิการทางสายตา แต่หูและปัญญาทางดนตรีเฉียบคมเป็นตำนาน เพลงอย่างเขมรโพธิสัตว์และแขกโอดในตำนานสายนี้ล้วนเชื่อมโยงถึงท่าน เด็กชายแช่มจึงเติบโตท่ามกลางการต่อเพลงระดับสูงสุดของยุคตั้งแต่จำความได้ ซึมซับทั้งฝีมือเครื่องตีและศาสตร์การขับร้องอันเป็นจุดแข็งประจำตระกูล

ด้วยแววอัจฉริยะ แช่มถูกถวายตัวเข้ารับราชการในวงดนตรีหลวงตั้งแต่เยาว์วัย ไต่เต้าด้วยฝีมือจนได้เป็นกำลังหลักของ กรมพิณพาทย์หลวง หน่วยงานดุริยางค์ราชสำนักที่รวมยอดฝีมือทั้งแผ่นดิน ชีวิตราชการของท่านผูกพันกับงานดนตรีหลวงตลอดสามรัชกาล ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ไต่ลำดับจนถึง พระยาเสนาะดุริยางค์ ในสมัยรัชกาลที่ 6 ราชทินนาม "เสนาะดุริยางค์" อันแปลว่าผู้ทำให้เครื่องดนตรีไพเราะนั้น เป็นการประกาศรับรองจากราชสำนักว่านี่คือหูและมือระดับสูงสุดของแผ่นดิน

ศาสตร์แห่งความประณีต: ลายมือทางดนตรีของท่าน

สิ่งที่ทำให้พระยาเสนาะดุริยางค์โดดเด่นในยุคที่เต็มไปด้วยยอดฝีมือ คือปรัชญาความ ประณีตแบบราชสำนัก ขณะกระแสการประชันผลักให้หลายสำนักมุ่งทางเพลงหวือหวาซับซ้อน ท่านยึดมั่นในความงามแบบสมดุล ทุกเสียงต้องมีที่มา ทุกลูกเอื้อนต้องรับใช้อารมณ์เพลง ความเร็วและลูกเล่นต้องไม่ทำลายความชัดของทำนอง แนวทางนี้ปรากฏชัดที่สุดในสองด้านที่ท่านเป็นปรมาจารย์เหนือใคร

ด้านแรกคือ การขับร้องเพลงไทย ท่านคือผู้วางมาตรฐานการร้องแบบราชสำนักของยุค ทั้งการแบ่งวรรคหายใจ การเอื้อนที่ประณีตทุกเม็ด การออกเสียงคำที่ชัดถ้อยชัดความ และการคุมอารมณ์เพลงอย่างพอเหมาะ ศิษย์สายร้องของท่านกระจายไปเป็นครูต้นเสียงทั่ววงการ มาตรฐานที่ท่านวางกลายเป็นแบบแผนการขับร้องที่สถาบันการศึกษาใช้สืบมาจนปัจจุบัน

ด้านที่สองคือ ความแม่นตำราและเพลงโบราณ ท่านได้ชื่อว่าเป็นคลังเพลงเก่าที่ถูกต้องที่สุดคนหนึ่ง เพลงเรื่อง เพลงพิธี และทางเก่าแก่จำนวนมากได้รับการรักษาผ่านความจำอันเที่ยงตรงของท่าน เมื่อทางราชการเริ่มโครงการบันทึกเพลงไทยเป็นลายลักษณ์ในเวลาต่อมา องค์ความรู้สายท่านคือแหล่งอ้างอิงสำคัญ

บทบาทครูและการส่งต่อ

ในฐานะครู พระยาเสนาะดุริยางค์ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดแบบเมตตา ศิษย์ต้องแม่นพื้นฐานก่อนจึงได้ต่อเพลงสูง ต้องเข้าใจความหมายของเพลงไม่ใช่เพียงจำเสียง เรื่องเล่าจากศิษย์หลายสายตรงกันว่าท่านสามารถหยุดการต่อเพลงกลางคันเพื่อขัดเกลาเสียงเดียวที่ยังไม่ได้ที่เป็นชั่วโมง ความพิถีพิถันนี้หล่อหลอมศิษย์เอกจำนวนมากที่กลายเป็นเสาหลักวงการรุ่นถัดมา ทั้งในกรมศิลปากรและสถาบันการศึกษาที่ก่อตัวขึ้นหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง

มรดกที่จับต้องได้ชัดที่สุดคือทายาทโดยตรง บุตรีของท่าน เจริญใจ สุนทรวาทิน เติบโตเป็นศิลปินขับร้องเพลงไทยที่ประณีตที่สุดคนหนึ่งแห่งศตวรรษ ได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (คีตศิลป์) เสียงร้องของครูเจริญใจที่บันทึกไว้คือตำราเสียงมีชีวิตของสายสุนทรวาทิน และเป็นสะพานที่พาศาสตร์ของพระยาเสนาะฯ ข้ามมาถึงผู้เรียนยุคดิจิทัล สกุลสุนทรวาทินจากครูช้อย ผ่านพระยาเสนาะฯ สู่ครูเจริญใจ จึงคือสายธารสามชั่วอายุคนที่หล่อเลี้ยงการขับร้องเพลงไทยมายาวนานกว่าร้อยห้าสิบปี

ยุคเปลี่ยนผ่านและบั้นปลาย

ชีวิตราชการช่วงท้ายของท่านคาบเกี่ยวการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ซึ่งพลิกโครงสร้างอุปถัมภ์ดนตรีทั้งระบบ วงหลวงถูกยุบรวม ปรับโอน และลดขนาด ครูดนตรีราชสำนักจำนวนมากต้องปรับตัวสู่ระบบราชการสมัยใหม่หรือออกสอนเอกชน ท่านใช้บั้นปลายถ่ายทอดวิชาแก่ศิษย์และครอบครัวอย่างเงียบ ๆ จนถึงแก่อนิจกรรมในทศวรรษ 2490 ทิ้งไว้ซึ่งมาตรฐานทางศิลปะที่คนดนตรียังใช้วัดกันจนทุกวันนี้ เมื่อผู้รู้จะชมการขับร้องหรือการบรรเลงที่สะอาดประณีตถึงขั้น ก็ยังนิยมเปรียบว่า "งามอย่างสายพระยาเสนาะฯ"

อภิธานศัพท์ประจำบทความ

  • กรมพิณพาทย์หลวง หน่วยงานดุริยางค์ราชสำนักสยาม รวมยอดนักดนตรีของแผ่นดินก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง
  • ราชทินนาม นามบรรดาศักดิ์ที่พระราชทานพร้อมยศขุนนาง เช่น เสนาะดุริยางค์ ประดิษฐไพเราะ
  • ครูช้อย สุนทรวาทิน คีตกวีเอกยุค ร.4-5 บิดาและครูคนแรกของพระยาเสนาะดุริยางค์
  • เจริญใจ สุนทรวาทิน บุตรีของท่าน ศิลปินแห่งชาติด้านคีตศิลป์ไทย ผู้สืบเสียงสายสกุลถึงยุคปัจจุบัน
  • ต้นเสียง ผู้ขับร้องนำของวงดนตรีไทย ตำแหน่งที่สายสุนทรวาทินเป็นแม่แบบ
  • ทาง สำนวนเฉพาะของเพลงตามแต่ละสำนัก ความแม่นทางเก่าคือจุดแข็งของสายนี้

คำถามทบทวนและประเด็นชวนคิด

1. บรรดาศักดิ์ "พระยา" ของท่านบอกอะไรเกี่ยวกับสถานะดนตรีในสังคมสยาม?
บอกว่าราชสำนักสยามจัดวางดนตรีเป็นราชการแผ่นดินแท้จริง นักดนตรีเอกสามารถไต่บรรดาศักดิ์สูงเทียบขุนนางฝ่ายปกครอง การที่ตำแหน่งสูงสุดสายดนตรีไปถึงชั้นพระยาแสดงว่าศิลปะแขนงนี้คือสมบัติยุทธศาสตร์ของรัฐ ไม่ใช่เพียงความบันเทิง

2. เหตุใดการขับร้องจึงเป็นศาสตร์ที่ต้องมี "ผู้วางมาตรฐาน"?
เพราะเสียงร้องไม่มีเฟรตไม่มีนม ทุกอย่างอยู่ที่หูและการฝึก หากไร้มาตรฐานกลาง แต่ละคนจะเอื้อนตามใจจนภาษาเพลงแตกกระจาย ผู้วางมาตรฐานที่หูเที่ยงและอธิบายได้อย่างพระยาเสนาะฯ ทำหน้าที่เหมือนราชบัณฑิตของภาษาเสียง กำหนดแบบแผนที่คนทั้งวงการสื่อสารร่วมกันได้

3. ปรัชญา "ประณีต" ของท่านต่างจากปรัชญา "อัจฉริยะพลิกแพลง" ของหลวงประดิษฐไพเราะอย่างไร และเราควรมองสองขั้วนี้อย่างไร?
ขั้วหนึ่งเน้นความสมบูรณ์ไร้ที่ติของแบบแผน อีกขั้วเน้นการขยายพรมแดนของแบบแผน ทั้งคู่จำเป็นต่อระบบนิเวศศิลปะ ฝ่ายประณีตรักษาแกนไม่ให้ศิลปะเสียรูป ฝ่ายพลิกแพลงกันไม่ให้ศิลปะแข็งตาย ยุคทองของดนตรีไทยรุ่งเรืองได้เพราะสองขั้วนี้ถ่วงดุลและกระตุ้นกันตลอดเวลา

4. การส่งต่อวิชาผ่านสายเลือดสามชั่วอายุคนมีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไร?
จุดแข็งคือความลึก เด็กที่โตในเรือนดนตรีได้ซึมซับสิ่งที่สอนไม่ได้ในห้องเรียน ทั้งรสมือ มารยาท และปรัชญา จุดอ่อนคือความเสี่ยงกระจุกตัว หากรุ่นใดไม่มีผู้สืบ สายทั้งสายอาจขาด ทางออกที่สายสุนทรวาทินทำได้ดีคือเปิดรับศิษย์นอกสกุลควบคู่ ทำให้วิชากระจายกว้างพ้นกรอบครอบครัว

5. ผู้สนใจจะสัมผัสมรดกของท่านได้จากที่ใดในปัจจุบัน?
ตรงที่สุดคือบันทึกเสียงการขับร้องของครูเจริญใจ สุนทรวาทิน ซึ่งหน่วยงานวัฒนธรรมและสถาบันการศึกษาเผยแพร่ไว้ นอกจากนี้แบบแผนการร้องที่สอนในวิทยาลัยนาฏศิลปและมหาวิทยาลัยสายดนตรีไทยล้วนมีรากจากมาตรฐานสายนี้ การเรียนขับร้องเพลงไทยตามหลักสูตรมาตรฐานวันนี้ จึงเท่ากับกำลังรับมรดกของพระยาเสนาะดุริยางค์อยู่โดยไม่รู้ตัว


📜 บทความสาระความรู้โดยทีมงาน ThaiMusicHub.com — ศูนย์รวมความรู้ดนตรีไทยและดนตรีสากล จัดทำเพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทาน หากนำเนื้อหาไปใช้ กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มา