ในบรรดาครูดนตรีไทยแห่งศตวรรษที่ 20 ไม่มีผู้ใดยืนคร่อมสองโลกได้สมบูรณ์เท่า ครูมนตรี ตราโมท ท่านเกิดทันเห็นยุคทองของวงวังในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ได้เป็นนักดนตรีกรมพิณพาทย์หลวงรุ่นสุดท้าย แล้วข้ามผ่านการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นเสาหลักของกรมศิลปากรในยุครัฐชาติสมัยใหม่ มีชีวิตยืนยาวเกือบร้อยปีจนได้เป็นศิลปินแห่งชาติรุ่นแรก ผลงานของท่านฝังอยู่ในชีวิตวัฒนธรรมไทยลึกกว่าที่คนส่วนใหญ่รู้ตัว ทุกครั้งที่มีการแสดงระบำสุโขทัยหรือระบำลพบุรี นั่นคือเสียงของครูมนตรี ทุกครั้งที่นักศึกษาเปิดตำราดุริยางคศาสตร์ไทย นั่นคือความคิดของครูมนตรี บทความนี้จะประกอบภาพชีวิตอันยาวนานและมรดกมหาศาลของท่าน

จากสุพรรณบุรีสู่วงหลวง

มนตรี ตราโมท เกิดเมื่อ พ.ศ. 2443 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี แผ่นดินที่ได้ชื่อว่าอู่ข้าวอู่น้ำของเพลงไทยภาคกลาง ท่านเริ่มเรียนดนตรีที่บ้านเกิดก่อนเข้ากรุงเทพฯ มาฝากตัวในสายวิชาปี่พาทย์ ด้วยสติปัญญาเฉียบแหลมและความจำเป็นเลิศ ท่านสอบเข้ารับราชการใน กรมพิณพาทย์หลวง ได้สำเร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 ที่นั่นคือมหาวิทยาลัยดนตรีที่ดีที่สุดของแผ่นดิน ท่านได้เรียนกับครูเอกหลายสำนัก ซึมซับทั้งทางเพลง ตำรา และแบบแผนราชสำนักอย่างถึงแก่น ความพิเศษของครูมนตรีที่ปรากฏแต่หนุ่มคือความสนใจเชิง "วิชาการ" ท่านไม่เพียงจำเพลงได้มหาศาล แต่ชอบตั้งคำถามว่าเพลงมาจากไหน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น และจดบันทึกอย่างเป็นระบบ นิสัยนักวิชาการนี้จะกลายเป็นคุณูปการใหญ่หลวงต่อวงการในภายหลัง

ข้ามยุคสมัย: จากวังสู่กรมศิลปากร

เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 หน่วยดุริยางค์ราชสำนักถูกปรับโอนเข้าสังกัดราชการรูปแบบใหม่ จนตกผลึกเป็นส่วนหนึ่งของ กรมศิลปากร ครูมนตรีคือกำลังหลักของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ท่านรับหน้าที่ทั้งบรรเลง ประพันธ์ สอน และวางระบบงานดุริยางค์ไทยของรัฐยุคใหม่ ตลอดอายุราชการอันยาวนาน ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญดุริยางค์ไทยที่หน่วยงานทุกระดับพึ่งพา ตั้งแต่งานพระราชพิธี งานสร้างชาติทางวัฒนธรรม จนถึงการวางหลักสูตรการศึกษา

บทบาทประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นที่สุดของท่านในยุคนี้คือการประพันธ์ เพลงประกอบระบำชุดโบราณคดี เมื่อกรมศิลปากรสร้างการแสดงชุดใหม่ที่จำลองท่ารำและเครื่องแต่งกายจากหลักฐานโบราณคดีแต่ละยุคของแผ่นดินไทย ครูมนตรีรับหน้าที่แต่งเพลงให้ "ฟังเป็น" ยุคนั้น ๆ ทั้งระบำทวารวดี ระบำศรีวิชัย ระบำลพบุรี ระบำเชียงแสน และระบำสุโขทัย งานชุดนี้คือการทดลองทางดุริยางควิทยาที่กล้าหาญ เพราะไม่มีใครรู้ว่าดนตรียุคทวารวดีเสียงเป็นอย่างไร ท่านจึงสังเคราะห์จากหลักฐานแวดล้อม เครื่องดนตรีในภาพสลัก สำเนียงเพลงเก่าแก่ และจินตนาการทางวิชาการ ผลงานที่ได้ทั้งงดงามและน่าเชื่อถือจนกลายเป็นการแสดงมาตรฐานที่ใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและสอนในสถาบันนาฏศิลป์ตราบทุกวันนี้ นับเป็นกรณีที่เพลง "แต่งใหม่" กลายเป็น "ประเพณี" ได้ภายในชั่วอายุคนเดียว

คีตกวีและนักปราชญ์

ผลงานประพันธ์ของครูมนตรีมีจำนวนมากและหลากประเภท ทั้งเพลงเถา เพลงระบำ เพลงประกอบการแสดง และเพลงในวาระสำคัญของชาติ ลายมือการแต่งของท่านผสมความแม่นแบบแผนเข้ากับความไพเราะที่คนทั่วไปเข้าถึงง่าย ด้านวิชาการ ท่านคือผู้บุกเบิกการเขียนตำราดนตรีไทยยุคใหม่ หนังสือ "ดุริยางคศาสตร์ไทย ภาควิชาการ" และงานนิพนธ์เรื่องการละเล่นของไทยของท่านคือเอกสารอ้างอิงรุ่นบุกเบิกที่นักศึกษาดนตรีไทยทุกคนต้องผ่าน ท่านยังเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบัญญัติศัพท์ดนตรี ราชบัณฑิตยสถาน ร่วมวางรากภาษาวิชาการดนตรีไทยที่ใช้กันอยู่ และเป็นครูสอนในสถาบันการศึกษาหลายแห่งต่อเนื่องหลายทศวรรษ ศิษย์ของท่านกระจายเป็นครูบาอาจารย์ทั่วประเทศ

เกียรติยศสูงสุดมาถึงเมื่อ พ.ศ. 2528 เมื่อท่านได้รับการประกาศยกย่องเป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) รุ่นแรก ของประเทศ อันเป็นการรับรองสถานะปราชญ์แห่งแผ่นดินอย่างเป็นทางการ ท่านถึงแก่กรรม พ.ศ. 2538 ในวัย 95 ปี ทิ้งชีวิตที่เป็นดั่งสะพานเชื่อมศตวรรษไว้ให้อนุชนศึกษา

พยานบุคคลแห่งศตวรรษ

คุณค่าพิเศษของครูมนตรีที่หาจากใครไม่ได้คือการเป็น พยานบุคคล ของดนตรีไทยตลอดศตวรรษที่ 20 ท่านทันเห็นการประชันยุควังรุ่งเรือง ทันเรียนกับครูที่เกิดสมัยรัชกาลที่ 4-5 ทันเผชิญยุครัฐนิยมที่ดนตรีไทยถูกจำกัดบทบาท และอยู่ต่อมาจนเห็นการฟื้นฟูในยุคหลัง บันทึก คำสัมภาษณ์ และคำบอกเล่าของท่านจึงเป็นแหล่งข้อมูลปฐมภูมิที่นักประวัติศาสตร์ดนตรีใช้สอบทานเหตุการณ์ทั้งศตวรรษ เรื่องราวมากมายที่เรารู้วันนี้เกี่ยวกับวงการดนตรียุคเก่า มีต้นทางจากความทรงจำอันเที่ยงตรงของท่าน การที่คนหนึ่งคนทั้งสร้างงาน สอนคน เขียนตำรา และจดจำประวัติศาสตร์ให้ทั้งวงการ คือความโชคดีของวัฒนธรรมไทยที่ไม่อาจประเมินค่า

อภิธานศัพท์ประจำบทความ

  • กรมพิณพาทย์หลวง หน่วยดุริยางค์ราชสำนักที่ครูมนตรีเข้ารับราชการรุ่นท้ายก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง
  • ระบำโบราณคดี ชุดการแสดงของกรมศิลปากรที่จำลองศิลปะแต่ละยุคโบราณ เพลงประพันธ์โดยครูมนตรี
  • ดุริยางคศาสตร์ไทย ตำราวิชาการดนตรีไทยรุ่นบุกเบิกที่ท่านนิพนธ์ ยังใช้อ้างอิงถึงปัจจุบัน
  • ศิลปินแห่งชาติ เกียรติสูงสุดที่รัฐมอบแก่ศิลปิน ครูมนตรีได้รับในรุ่นแรก พ.ศ. 2528
  • การบัญญัติศัพท์ งานกำหนดคำวิชาการมาตรฐาน ท่านร่วมวางรากศัพท์ดนตรีในราชบัณฑิตยสถาน
  • พยานบุคคล (oral history) แหล่งข้อมูลประวัติศาสตร์จากความทรงจำผู้อยู่ในเหตุการณ์จริง

คำถามทบทวนและประเด็นชวนคิด

1. อะไรทำให้ครูมนตรีกลายเป็น "สะพาน" ระหว่างดนตรีราชสำนักกับรัฐสมัยใหม่ได้สำเร็จ?
การถือคุณสมบัติสองชุดพร้อมกัน คือวิชาแบบวังที่แน่นถึงแก่นจากกรมพิณพาทย์หลวง และทักษะสมัยใหม่ทั้งการเขียน การจัดระบบ และการทำงานราชการแบบใหม่ ผู้ที่มีแต่ชุดแรกปรับตัวไม่ทันยุค ผู้ที่มีแต่ชุดหลังไร้รากให้ส่งต่อ ท่านมีครบจึงกลายเป็นข้อต่อของประวัติศาสตร์

2. การแต่งเพลง "ยุคโบราณที่ไม่มีใครเคยได้ยิน" อย่างระบำโบราณคดี ชอบธรรมทางวิชาการหรือไม่?
ชอบธรรมเมื่อทำอย่างที่ท่านทำ คือประกาศตัวเป็นการสร้างสรรค์บนหลักฐาน ไม่ใช่อ้างว่าคือของแท้ที่ขุดพบ ท่านใช้หลักฐานภาพสลัก เครื่องดนตรีโบราณ และสำเนียงเก่าเป็นกรอบ แล้วเติมเต็มด้วยวิจารณญาณศิลปิน ผลงานประเภทนี้ในทางวิชาการเรียกว่าการตีความเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งมีคุณูปการปลุกอดีตให้สื่อสารกับปัจจุบันได้ ตราบที่ไม่หลอกผู้ชมว่าเป็นการย้อนเวลาแท้จริง

3. เหตุใดการเขียนตำราจึงสำคัญต่อวงการที่สืบทอดแบบมุขปาฐะมานาน?
เพราะตำราคือหลักประกันขั้นต่ำเมื่อสายมุขปาฐะสะดุด ทั้งยังเปิดวิชาสู่คนนอกสำนักและสร้างภาษากลางให้ถกเถียงกันได้อย่างเป็นระบบ งานบุกเบิกของครูมนตรีทำให้ดนตรีไทยมีที่ยืนในมหาวิทยาลัยและเวทีวิชาการโลก โดยไม่แทนที่การต่อเพลงกับครูซึ่งยังเป็นแกนของการเรียนจริง

4. รางวัลศิลปินแห่งชาติมีความหมายเชิงระบบอย่างไร นอกจากเกียรติส่วนบุคคล?
มันคือกลไกที่รัฐสมัยใหม่ใช้แทนระบบบรรดาศักดิ์ของราชสำนักเดิม ในการรับรองคุณค่าศิลปินต่อสาธารณะ พร้อมสวัสดิการและบทบาทเผยแพร่ การที่ครูมนตรีเป็นรุ่นแรกจึงเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐไทยยุคใหม่นับดนตรีไทยเป็นสมบัติชาติระดับสูงสุด และวางบรรทัดฐานให้การยกย่องรุ่นต่อ ๆ มา

5. คนรุ่นใหม่ควรเริ่มรู้จักครูมนตรีจากผลงานใด?
เริ่มจากชมระบำสุโขทัยหรือระบำลพบุรีที่หาชมได้ทั้งการแสดงจริงและบันทึกออนไลน์ แล้วอ่านประวัติเบื้องหลังว่าเพลงเหล่านี้ถูกแต่งขึ้นอย่างไร จากนั้นจึงขยับสู่งานเขียนของท่านฉบับคัดย่อ เส้นทางนี้จะได้เห็นครบสามมิติของท่าน ทั้งคีตกวี นักปราชญ์ และผู้สร้างประเพณีใหม่ให้แผ่นดิน


📜 บทความสาระความรู้โดยทีมงาน ThaiMusicHub.com — ศูนย์รวมความรู้ดนตรีไทยและดนตรีสากล จัดทำเพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทาน หากนำเนื้อหาไปใช้ กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มา