ผู้ฟังเพลงไทยเดิมมือใหม่มักสะดุดใจกับชื่อเพลงจำนวนมากที่ขึ้นต้นด้วยชื่อชนชาติ ลาวดวงเดือน เขมรไทรโยค มอญดูดาว จีนขิมเล็ก แขกบรเทศ พม่าเห่ ฝรั่งรำเท้า ญวนทอดแห ชื่อเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเพลงถูกนำเข้าจากประเทศเหล่านั้นโดยตรง หากแต่เป็นผลผลิตของแนวคิดทางดนตรีที่ชาญฉลาดและมีเสน่ห์ที่สุดอย่างหนึ่งของไทย นั่นคือ "สำเนียงภาษา" ศิลปะการแต่งเพลงไทยให้มีกลิ่นอายของดนตรีเพื่อนบ้าน เสมือนคนไทยพูดภาษาไทยแต่ดัดสำเนียงเป็นชาติต่าง ๆ ได้อย่างแนบเนียนและเปี่ยมอารมณ์ขัน บทความนี้จะพาไปสำรวจโลกของเพลงภาษา ตั้งแต่แนวคิด กลวิธี ไปจนถึงธรรมเนียม "ออกภาษา" และ "สิบสองภาษา" อันเลื่องชื่อ

สยาม: ชุมทางวัฒนธรรมแห่งอุษาคเนย์

ต้องเข้าใจก่อนว่าสังคมสยามแต่โบราณคือสังคมพหุวัฒนธรรมโดยแท้ กรุงศรีอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์เต็มไปด้วยชุมชนชาวมอญ ลาว เขมร จีน มลายู ญวน อินเดีย เปอร์เซีย และฝรั่งชาติต่าง ๆ ที่เข้ามาค้าขาย รับราชการ หรืออพยพโยกย้าย แต่ละชุมชนนำดนตรีของตนติดตัวมาด้วย หูของนักดนตรีไทยจึงคุ้นเคยกับสำเนียงดนตรีนานาชาติมาหลายชั่วอายุคน ความคุ้นเคยนี้ตกผลึกเป็นความสามารถพิเศษ คือการ "จับสำเนียง" ของดนตรีแต่ละชาติมาถอดเป็นสูตร แล้วประพันธ์เพลงใหม่ในระบบดนตรีไทยที่ฟังปุ๊บรู้ปั๊บว่ากำลังล้อสำเนียงชาติใด

สิ่งสำคัญคือเพลงเหล่านี้เป็น "เพลงไทยแท้" ที่แต่งโดยครูเพลงไทย บรรเลงด้วยเครื่องไทย อยู่ในระบบเสียงไทย เพียงแต่แต่งแต้มลีลาให้มีกลิ่นต่างชาติ เปรียบได้กับนักเขียนไทยเขียนนิยายฉากเมืองจีนด้วยภาษาไทยที่อ่านแล้วเห็นภาพเยาวราชตรงหน้า

กลวิธีปรุงสำเนียง: ทำอย่างไรให้เพลงไทย "พูดลาว พูดจีน"

ครูเพลงไทยใช้เครื่องปรุงหลายชนิดผสมกันเพื่อสร้างสำเนียงแต่ละภาษา

  • กลุ่มเสียงและทางเดินทำนอง แต่ละสำเนียงมีวิธีเลือกใช้เสียงเฉพาะตัว เพลงสำเนียงลาวนิยมทางเสียงที่ให้ความรู้สึกโปร่งหวานเรียบง่ายแบบเพลงพื้นบ้านลุ่มน้ำโขง สำเนียงจีนใช้กลุ่มเสียงห้าเสียงเดินทำนองกระโดดสดใสแบบเพลงงิ้ว สำเนียงแขกใช้การเอื้อนโหนเสียงยาวหวานเวียนวนแบบเพลงมลายู–อินเดีย
  • จังหวะและหน้าทับ นี่คือเครื่องปรุงชี้ขาด เพลงสำเนียงใดมักใช้กลองของวัฒนธรรมนั้นกำกับ เพลงจีนใช้จังหวะกลองจีนโหม่งจีน เพลงมอญใช้เปิงมางและฆ้องมอญ เพลงแขกใช้กลองแขกหรือบองโกสำเนียงมลายู พอเสียงกลองเปลี่ยน หูผู้ฟังก็ย้ายประเทศทันที
  • เครื่องดนตรีสีสันพิเศษ บางเพลงเพิ่มเครื่องดนตรีจริงของชาตินั้นเข้ามาแต่งหน้า เช่น ขิมในเพลงจีน กลองยาวในเพลงพม่า ฆ้องมอญวงโค้งในเพลงมอญ
  • ลูกเอื้อนและสำนวนเฉพาะ รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างการสะบัดท้ายวรรคแบบเขมร การซ้ำโน้ตกระชั้นแบบญวน หรือประโยคจบห้วน ๆ แบบฝรั่ง ล้วนเป็นลายเซ็นที่ครูเพลงสังเกตจากของจริงแล้วกลั่นเป็นสูตรสำเร็จ

ความแม่นยำของสูตรเหล่านี้น่าทึ่งมาก ขนาดที่ผู้ฟังไทยทั่วไปที่ไม่เคยเรียนดนตรี ได้ยินเพลงสำเนียงจีนก็นึกถึงศาลเจ้า ได้ยินสำเนียงมอญก็รู้สึกขรึมขลังอาลัย ได้ยินสำเนียงลาวก็เห็นทุ่งนาป่าเขา สำเนียงภาษาจึงเป็นระบบสื่อสารทางอารมณ์ที่ฝังในหูคนไทยมาโดยไม่รู้ตัว

ออกภาษา: ธรรมเนียมท่องโลกในหนึ่งการแสดง

เมื่อมีเพลงหลากสำเนียงอยู่ในคลัง ครูดนตรีจึงสร้างธรรมเนียมการบรรเลงที่เรียกว่า "ออกภาษา" คือการบรรเลงเพลงชุดที่ไล่เรียงสำเนียงต่างชาติต่อเนื่องกันไปทีละภาษา ปกติมักเริ่มจากเพลงแม่บทของไทยก่อน แล้ว "ออก" สู่สำเนียงต่าง ๆ เช่น จีน เขมร ตลุง (ใต้) พม่า ฯลฯ จำนวนภาษามากน้อยตามเวลาและโอกาส หากจัดเต็มครบชุดใหญ่จะเรียกว่า "สิบสองภาษา" อันเป็นสำนวนที่หมายถึงความครบครันหลากหลาย (เลขสิบสองในภาษาไทยโบราณสื่อความว่า "มากมายครบถ้วน" เช่นเดียวกับคำว่าสิบสองท้องพระคลัง) ชุดสิบสองภาษาเต็มรูปแบบคือมหกรรมความบันเทิงที่พาผู้ชมท่องรอบเอเชียในค่ำคืนเดียว บางสำนักยังผูกเพลงแต่ละภาษาเข้ากับการแสดงตลกหรือท่ารำล้อเลียนบุคลิกของแต่ละชาติ เรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่ ก่อนปิดท้ายกลับสู่เพลงไทยอย่างอบอุ่น

ธรรมเนียมออกภาษาสะท้อนทัศนคติที่น่ารักของวัฒนธรรมไทยต่อความหลากหลาย คือมองเพื่อนบ้านด้วยสายตาขี้เล่นแต่ไม่เหยียดหยาม ล้อเลียนด้วยความเอ็นดูฉันเพื่อน และเปิดรับสิ่งแปลกใหม่มาเป็นสีสันของตนเสมอ

เพลงดังประจำสำเนียงที่ควรรู้จัก

  • สำเนียงลาว: ลาวดวงเดือน เพลงรักอมตะที่คนไทยร้องได้ทั้งประเทศ, ลาวจ้อย, ลาวสมเด็จ และเดี่ยวลาวแพนอันลือลั่นของนักจะเข้
  • สำเนียงเขมร: เขมรไทรโยค ผลงานชิ้นเอกของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ที่พรรณนาความงามของน้ำตกไทรโยคจนกลายเป็นเพลงคลาสสิกของชาติ, เขมรพวง, เขมรละออองค์
  • สำเนียงมอญ: มอญดูดาว มอญรำดาบ และเพลงตระกูลมอญในวงปี่พาทย์มอญอันขรึมขลัง
  • สำเนียงจีน: จีนขิมเล็ก จีนรำพัด จีนเก็บบุปผา ที่สดใสราวขบวนแห่ตรุษจีน
  • สำเนียงแขก: แขกบรเทศ แขกสาหร่าย แขกต่อยหม้อ ที่หวานเวียนชวนฝัน
  • สำเนียงพม่า: พม่าเห่ พม่ารำขวาน พม่าแปลง ที่มีจังหวะเหวี่ยงหนักแน่นเป็นเอกลักษณ์
  • สำเนียงฝรั่ง: ฝรั่งรำเท้า ฝรั่งควง ที่หยิบจังหวะมาร์ชและวอลตซ์ตะวันตกมาแต่งตัวแบบไทย

รายชื่อเหล่านี้เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของคลังเพลงภาษาที่มีอยู่หลายร้อยเพลง และหลายเพลงยังถูกขยายเป็นเพลงเถา ถูกนำไปประกอบละคร และถูกเรียบเรียงใหม่ในดนตรีร่วมสมัยอย่างต่อเนื่อง

สำเนียงภาษาในสายตานักวิชาการ

ในแวดวงดุริยางควิทยา เพลงออกภาษาคือหลักฐานชั้นดีของ "การเดินทางของเสียง" ในภูมิภาค นักวิจัยใช้เพลงเหล่านี้ศึกษาว่าหูของวัฒนธรรมหนึ่งรับรู้และตีความดนตรีของอีกวัฒนธรรมอย่างไร สิ่งที่ไทยหยิบมาเน้น (เช่น จังหวะกลองจีน หรือการเอื้อนแบบแขก) บอกเราว่าคนไทยโบราณ "ได้ยิน" อะไรเด่นที่สุดในดนตรีของเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันชาติเพื่อนบ้านก็มีเพลงล้อสำเนียง "สยาม" ของเขาเช่นกัน การล้อกันไปมานี้คือบทสนทนาทางวัฒนธรรมที่ดำเนินมาหลายศตวรรษก่อนคำว่า "โลกาภิวัตน์" จะถือกำเนิดเสียอีก

ฟังเพลงภาษาอย่างไรให้ได้อรรถรส

เคล็ดลับง่าย ๆ คือฟังแบบ "ทายชาติ" เมื่อเจอเพลงไทยเดิมที่ไม่รู้จัก ลองเดาจากเสียงกลองและลีลาทำนองว่าเป็นสำเนียงอะไร แล้วดูเฉลยจากชื่อเพลง เกมนี้จะฝึกหูให้แยกแยะเครื่องปรุงของแต่ละสำเนียงได้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ขั้นต่อไปคือหาฟังชุดออกภาษาเต็ม ๆ จากการแสดงของวงมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันมีบันทึกการแสดงคุณภาพดีให้ชมออนไลน์มากมาย และหากมีโอกาสชมสด อย่าพลาดสังเกตนักดนตรีสลับเครื่องกำกับจังหวะระหว่างภาษา นั่นคือช่วงเวลาสนุกที่สุดของคนหลังวง

เพลงออกภาษาคือเครื่องยืนยันว่าดนตรีไทยไม่เคยปิดหูปิดตาจากโลก ตรงกันข้าม มันเปิดรับ เคี้ยว ย่อย และแปรทุกสำเนียงที่ผ่านเข้ามาให้กลายเป็นความมั่งคั่งของตนเอง บทเรียนจากบรรพบุรุษข้อนี้ยังคงร่วมสมัยเสมอ ในวันที่โลกถกเถียงเรื่องการผสมผสานวัฒนธรรม ดนตรีไทยได้ตอบไว้นานแล้วด้วยเสียงเพลงว่า ความต่างไม่ใช่กำแพง แต่คือวัตถุดิบชั้นเลิศของความงามใหม่ ๆ ที่ไม่มีวันหมด

ศัพท์น่ารู้ประจำบทความ

  • สำเนียงภาษา ลีลาทำนองจังหวะที่สื่อกลิ่นอายดนตรีของชนชาติหนึ่งในเพลงไทย
  • ออกภาษา ธรรมเนียมบรรเลงเพลงหลายสำเนียงชาติต่อเนื่องเป็นชุด
  • สิบสองภาษา ชุดออกภาษาฉบับใหญ่ครบครัน คำว่าสิบสองสื่อความหลากหลายบริบูรณ์ตามสำนวนไทยโบราณ
  • เครื่องกำกับจังหวะประจำภาษา กลองและเครื่องประกอบที่เปลี่ยนตามสำเนียง เช่น กลองจีน เปิงมาง กลองแขก ตัวชี้ขาดของกลิ่นอายแต่ละชาติ
  • เพลงแม่บท เพลงไทยสำเนียงตรงที่ใช้ตั้งต้นก่อนออกสู่สำเนียงต่างชาติ
  • กลุ่มเสียงห้าเสียง (เพนทาโทนิก) ชุดเสียงหลักที่หลายสำเนียง เช่น ลาวและจีน ใช้เดินทำนอง ให้สีสันต่างกันด้วยวิธีใช้ที่ต่างกัน
  • ตลุง สำเนียงเพลงล้อภาคใต้ของไทยเอง แสดงว่าการล้อสำเนียงไม่จำกัดเฉพาะต่างชาติ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องเพลงออกภาษา

ถาม: เพลงลาวดวงเดือนเป็นเพลงของลาวหรือของไทย?
ตอบ: เป็นเพลงไทยแท้ที่แต่งในสำเนียงลาว ผลงานของเจ้านายไทยสมัยรัชกาลที่ 5 คำว่า "ลาว" หน้าชื่อบอกสำเนียง ไม่ได้บอกสัญชาติเพลง เช่นเดียวกับเขมรไทรโยคที่เป็นเพลงไทยสำเนียงเขมร แต่งขึ้นจากความประทับใจน้ำตกไทรโยคในเมืองกาญจนบุรีของไทยเอง

ถาม: สิบสองภาษามีครบสิบสองชาติจริงไหม ชาติอะไรบ้าง?
ตอบ: จำนวนไม่ตายตัวและแต่ละสำนักจัดชุดต่างกัน คำว่าสิบสองเป็นสำนวนสื่อความครบครัน สำเนียงยอดนิยมได้แก่ จีน เขมร ลาว มอญ พม่า แขก ญวน ชวา ตลุง ฝรั่ง และอาจมีญี่ปุ่นหรืออื่น ๆ ตามยุคสมัย บางการแสดงจัดจริงเกินสิบสองด้วยซ้ำ

ถาม: การล้อสำเนียงชาติอื่นถือเป็นการเหยียดหรือไม่?
ตอบ: ในบริบทจารีต เพลงภาษาเกิดจากความคุ้นเคยและชื่นชมดนตรีเพื่อนบ้านที่อยู่ร่วมสังคมกันจริง น้ำเสียงโดยรวมคือความเอ็นดูฉันมิตรมากกว่าการดูแคลน อย่างไรก็ดี การแสดงประกอบบางแบบในอดีตอาจมีมุมล้อเลียนตามค่านิยมยุคนั้น ผู้แสดงยุคปัจจุบันจึงปรับการนำเสนอให้เน้นความงามของดนตรีเป็นหลักซึ่งเป็นแก่นแท้ของศิลปะแขนงนี้อยู่แล้ว

ถาม: ฟังอย่างไรจึงจะแยกสำเนียงต่าง ๆ ออก?
ตอบ: จับที่เครื่องกำกับจังหวะก่อนเป็นอันดับแรก กลองจีนมาสำเนียงจีนมา เปิงมางมามอญมา จากนั้นสังเกตลีลาทำนอง ลาวโปร่งหวานเรียบ เขมรอ่อนช้อยเอื้อนสะบัด จีนกระโดดสดใส แขกโหนเสียงเวียนวน พม่าเหวี่ยงหนักแน่น ฝึกทายจากชื่อเพลงสักยี่สิบเพลงหูจะเริ่มแยกเองอัตโนมัติ

ถาม: เพลงสำเนียงภาษายังมีการแต่งใหม่ไหม?
ตอบ: มีต่อเนื่อง นักประพันธ์ร่วมสมัยยังแต่งเพลงสำเนียงต่าง ๆ ทั้งตามขนบเดิมและทดลองสำเนียงใหม่ ๆ เช่น สำเนียงญี่ปุ่น เกาหลี หรือสำเนียงดนตรีตะวันตกสมัยใหม่ ธรรมเนียมล้อสำเนียงจึงเป็นประเพณีที่มีชีวิต ปรับตัวตามหูของแต่ละยุคไม่เคยหยุด