คำว่า "บาโรก" มาจากศัพท์โปรตุเกสที่แปลว่าไข่มุกรูปทรงประหลาด นักวิจารณ์ยุคหลังใช้มันเรียกศิลปะช่วง ค.ศ. 1600-1750 อย่างค่อนแคะว่าหรูหราเกินงาม แต่ประวัติศาสตร์กลับพิสูจน์ว่าไข่มุกเม็ดนี้คือหนึ่งในสมบัติล้ำค่าที่สุดของมนุษยชาติ ยุคบาโรกคือช่วงที่ดนตรีตะวันตกสร้างนวัตกรรมถี่ที่สุด โอเปร่า คอนแชร์โต โซนาตา วงออร์เคสตรา และระบบคีย์ที่ใช้ถึงทุกวันนี้ ล้วนถือกำเนิดหรือตกผลึกในศตวรรษครึ่งนี้ บทความนี้จะพาสำรวจยุคแห่งความรุ่งโรจน์ ผ่านแนวคิด รูปแบบ และสองยักษ์ใหญ่ผู้เป็นหน้าตาของยุค วีวัลดีกับฮันเดล (ส่วนบาคผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดนั้นมีบทความเฉพาะของท่านเอง)

จุดเปลี่ยนราว 1600: ละครต้องการเสียงเดี่ยว

บาโรกเปิดฉากด้วยการกบฏต่อเรอเนสซองส์ กลุ่มปัญญาชนฟลอเรนซ์ที่เรียกตัวว่าคาเมราตา ถกกันว่าโพลีโฟนีหลายแนวทำให้ถ้อยคำและอารมณ์เดี่ยวของละครกรีกโบราณสูญหาย ทางออกของพวกเขาคือ โมโนดี การร้องเดี่ยวเน้นถ้อยคำบนพื้นคอร์ดเรียบ ๆ และจากการทดลองนี้เอง โอเปร่า ละครร้องตลอดเรื่องก็ถือกำเนิดราว ค.ศ. 1600 อัจฉริยะคนแรกที่ทำให้รูปแบบใหม่เป็นศิลปะแท้คือ เคลาดีโอ มอนเตแวร์ดี ที่โอเปร่าออร์เฟโอ (1607) ของเขายังแสดงถึงทุกวันนี้ นวัตกรรมคู่กันคือ เบโซคอนตินูโอ (เบสต่อเนื่อง) ระบบที่ฮาร์ปซิคอร์ดกับเชลโลเดินแนวเบสพร้อมคอร์ดตลอดเพลง เป็นรากฐานให้เสียงเดี่ยวลอยเด่น ระบบนี้คือลายเซ็นเสียงของทั้งยุค และคือบรรพบุรุษแนวคิดของวงริทึมเซกชันในดนตรีป็อปแจ๊สปัจจุบัน พร้อมกันนั้นระบบโหมดเก่าก็ค่อยหลอมรวมเหลือสองสี เมเจอร์-ไมเนอร์ พร้อมตรรกะการเดินคอร์ดที่กลายเป็นภาษากลางของดนตรีตะวันตกสามศตวรรษ

สุนทรียะบาโรก: อารมณ์เดี่ยว ความต่าง และการประดับ

ดนตรีบาโรกมีบุคลิกที่จับต้องได้ชัด หลักคิดเรื่อง อารมณ์ (Doctrine of Affections) ให้แต่ละท่อนเพลงจับอารมณ์เดียวแล้วขยายให้ถึงที่สุด ความโศกก็โศกทั้งท่อน ความรื่นเริงก็พลุ่งพล่านทั้งท่อน ต่างจากยุคหลังที่อารมณ์แปรผันในท่อนเดียว เครื่องมือเด่นคือ ความต่างขั้ว (contrast) ดังเบา เดี่ยวหมู่ เร็วช้า ถูกจับชนกันตรง ๆ สไตล์คอนแชร์ตาโตที่กลุ่มเสียงผลัดกันตอบโต้คือหัวใจของยุค และผิวเสียงก็พราวด้วย การประดับ (ornamentation) นักดนตรีบาโรกได้รับความคาดหวังให้เติมเสียงประดับเองเหนือโน้ต ทริล โมร์เดนต์ การด้นช่วงคาเดนซา วัฒนธรรมด้นสดของยุคนี้ใกล้แจ๊สกว่าคลาสสิกยุคหลังอย่างน่าประหลาดใจ และคือจุดที่นักดนตรีไทยที่คุ้นการแปรทางจะรู้สึกเป็นญาติทันที

วีวัลดี: นักบวชผมแดงกับคอนแชร์โตห้าร้อยบท

หน้าตาของบาโรกอิตาลีคือ อันโตนีโอ วีวัลดี (1678-1741) นักบวชนักไวโอลินแห่งเวนิสผู้รับฉายานักบวชผมแดง ชีวิตการงานของเขาผูกกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหญิงออสเปดาเล เดลลา ปีเอตา ที่เขาฝึกวงดนตรีเด็กหญิงจนโด่งดังทั้งยุโรป ขุนนางทั่วทวีปเดินทางมาฟังคอนเสิร์ตของเด็กสาวหลังฉากกั้น วีวัลดีคือเครื่องจักรคอนแชร์โต เขาเขียนไว้ราวห้าร้อยบท ตกผลึกรูปแบบ คอนแชร์โตสามท่อน เร็ว-ช้า-เร็ว และเทคนิคริทอร์เนลโลที่ทำนองหลักหวนกลับสลับช่วงเดี่ยว ผลงานอมตะของเขาคือ โฟร์ซีซันส์ (The Four Seasons) ชุดคอนแชร์โตไวโอลินสี่ฤดูที่แนบบทกวีบรรยายและวาดทุกภาพด้วยเสียง นกร้อง พายุฤดูร้อน กองไฟฤดูหนาว นับเป็นดนตรีพรรณนา (program music) ยุคบุกเบิกที่ยังคือเพลงคลาสสิกที่ถูกเปิดมากที่สุดในโลก งานวีวัลดีเคยถูกลืมสนิทหลังเขาตายอย่างยากไร้ ก่อนถูกขุดพบใหม่ศตวรรษที่ 20 กลายเป็นบทเรียนคลาสสิกเรื่องชะตากรรมของชื่อเสียง

ฮันเดล: ยักษ์เยอรมันผู้พิชิตลอนดอน

อีกยักษ์หนึ่งของยุคเดินเส้นทางตรงข้ามกับความเงียบสงบของนักบวช จอร์จ ฟรีดริช ฮันเดล (1685-1759) เกิดเยอรมันปีเดียวกับบาค ฝึกวิชาที่อิตาลี แล้วบุกลอนดอนสร้างอาณาจักรบันเทิง เขาคือผู้ประกอบการดนตรีตัวจริง ตั้งบริษัทโอเปร่าอิตาลีป้อนตลาดอังกฤษนานยี่สิบปี รุ่งและร่วงตามรสนิยมมหาชน เมื่อโอเปร่าอิตาลีเสื่อมความนิยม เขาพลิกเกมสร้างรูปแบบใหม่ ออราทอริโอภาษาอังกฤษ ละครร้องศาสนาไม่มีฉากที่ทั้งประหยัดและเข้าถึงคนอังกฤษ ผลงานเอก เมสไซอาห์ (Messiah, 1742) กับท่อนฮาเลลูยาอันเป็นเสียงประสานที่คนทั้งโลกจำได้ กลายเป็นประเพณีการแสดงประจำเทศกาลของโลกอังกฤษถึงปัจจุบัน ฮันเดลยังฝากงานหลวงอย่างวอเตอร์มิวสิกสำหรับขบวนเรือพระที่นั่งบนแม่น้ำเทมส์ และดนตรีดอกไม้ไฟ ที่แสดงความอลังการแบบบาโรกเต็มพิกัด เขาตายอย่างมั่งคั่งมีเกียรติ ถูกฝังในเวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ คู่ตรงข้ามอันงดงามกับเพื่อนร่วมปีเกิดอย่างบาคผู้ใช้ชีวิตทั้งชีวิตเป็นข้าราชการโบสถ์เยอรมัน

มรดกบาโรก: โครงกระดูกของดนตรีสมัยใหม่

เมื่อบาคสิ้นใน ค.ศ. 1750 ประวัติศาสตร์นับเป็นจุดจบยุคบาโรก แต่สิ่งที่ยุคนี้สร้างไม่เคยจบ ระบบคีย์เมเจอร์-ไมเนอร์ยังคือภาษาหลักของเพลงป็อปทุกชาร์ต รูปแบบคอนแชร์โตยังคือเวทีอวดฝีมือมาตรฐาน วงออร์เคสตราที่ก่อรูปยุคนี้เติบโตเป็นสถาบันถาวร และเสียงบาโรกเองก็ฟื้นคืนทรงพลัง ขบวนการบรรเลงตามแบบยุค (period performance) ทำให้วงเครื่องดนตรีโบราณคึกคักทั่วโลก เพลงบาโรกครองพื้นที่ในโฆษณา ภาพยนตร์ และเพลย์ลิสต์อ่านหนังสือของคนรุ่นใหม่ ด้วยพลังโครงสร้างที่ชัดและพลังงานที่ไม่หมดอายุ ไข่มุกรูปทรงประหลาดเม็ดนี้จึงยังส่องประกายไม่เคยหมอง

อภิธานศัพท์ประจำบทความ

  • โมโนดี การร้องเดี่ยวเน้นถ้อยคำบนพื้นคอร์ด จุดตั้งต้นของโอเปร่า
  • เบโซคอนตินูโอ ระบบเบสต่อเนื่องพร้อมคอร์ด ลายเซ็นเสียงประจำยุคบาโรก
  • Doctrine of Affections หลักหนึ่งท่อนหนึ่งอารมณ์ที่กำกับการประพันธ์บาโรก
  • ริทอร์เนลโล เทคนิคทำนองหลักหวนกลับสลับช่วงเดี่ยวในคอนแชร์โต
  • ออราทอริโอ ละครร้องศาสนาไม่มีฉากการแสดง รูปแบบที่ฮันเดลพาสู่จุดสูงสุด
  • Period performance ขบวนการบรรเลงด้วยเครื่องและแบบแผนตามยุคดั้งเดิม

คำถามทบทวนและประเด็นชวนคิด

1. เหตุใดกำเนิดโอเปร่าจึงถือเป็นจุดเปลี่ยนของทั้งอารยธรรมดนตรี?
เพราะมันบังคับดนตรีให้รับใช้การเล่าเรื่องแบบเรียลไทม์ เกิดเทคโนโลยีใหม่ทั้งการร้องเดี่ยวสื่ออารมณ์ เบสต่อเนื่อง และการใช้เครื่องดนตรีวาดฉาก ทักษะชุดนี้คือบรรพบุรุษของเพลงละคร เพลงหนัง และมิวสิกวิดีโอทั้งปวง โอเปร่ายังสร้างโมเดลธุรกิจการแสดงสาธารณะขายบัตร ที่เปลี่ยนดนตรีจากของราชสำนักสู่ตลาดมหาชนเป็นครั้งแรก

2. วัฒนธรรมด้นสดของบาโรกหายไปไหนในคลาสสิกยุคหลัง และเหลืออะไรถึงปัจจุบัน?
มันถูกโน้ตที่เขียนละเอียดขึ้นเรื่อย ๆ กลืนไป นักประพันธ์ยุคโรแมนติกตรึงทุกรายละเอียดจนพื้นที่ด้นเหลือศูนย์ วัฒนธรรมคลาสสิกจึงกลายเป็นศิลปะการตีความโน้ตแทนการด้น ร่องรอยที่เหลือคือคาเดนซาของคอนแชร์โตและการด้นออร์แกนในโบสถ์ ส่วนจิตวิญญาณด้นสดแท้ย้ายบ้านไปเบ่งบานในแจ๊ส กรณีนี้เตือนว่าคุณสมบัติของแนวดนตรีไม่เที่ยง มันถูกเทคโนโลยีบันทึกและค่านิยมแต่ละยุคปั้นใหม่เสมอ

3. เรื่องวีวัลดีกับวงเด็กหญิงกำพร้าบอกอะไรเรื่องโครงสร้างโอกาสทางดนตรี?
บอกว่าสถาบันคือผู้สร้างปาฏิหาริย์ เด็กหญิงกำพร้าที่สังคมทั่วไปไร้ที่ทาง เมื่อได้ระบบฝึกเข้ม ครูระดับอัจฉริยะ และเวทีประจำ ก็กลายเป็นวงระดับทวีปได้ โอกาสไม่ใช่พรสวรรค์ที่หล่นจากฟ้า แต่คือโครงสร้างที่ออกแบบได้ บทเรียนที่การศึกษาดนตรีทุกยุคควรจารึก และน่าเทียบกับวงมโหรีตำหนักหญิงของสยามที่เป็นปรากฏการณ์เดียวกันคนละซีกโลก

4. เส้นทางฮันเดลกับบาคที่ต่างขั้วให้บทเรียนอะไรแก่ศิลปิน?
สองยักษ์ปีเกิดเดียวกันเลือกคนละสมการ ฮันเดลเลือกตลาด เสี่ยงสูง รวยจนได้เกียรติสูงสุดขณะมีชีวิต บาคเลือกสถาบัน มั่นคงต่ำแต่ลึกได้สุดทาง และยิ่งใหญ่ที่สุดหลังตาย ประวัติศาสตร์ไม่ตัดสินว่าทางใดถูก มันบอกแค่ว่าราคาของแต่ละทางคืออะไร ศิลปินทุกยุครวมถึงยุคสตรีมมิงยังยืนอยู่หน้าทางแยกเดียวกันนี้เสมอ

5. ควรเริ่มฟังบาโรกจากอะไรให้ติดใจ?
เริ่มที่โฟร์ซีซันส์ฉบับวงเครื่องดนตรียุคที่เล่นดุเดือด ฟังพร้อมอ่านบทกวีประจำฤดูจะเห็นภาพทุกห้อง ตามด้วยฮาเลลูยาคอรัสและวอเตอร์มิวสิกของฮันเดลเพื่อรสอลังการ แล้วลองโอเปร่ามอนเตแวร์ดีสักฉากเพื่อได้ยินจุดกำเนิดของทั้งหมด บาโรกคือประตูที่ง่ายที่สุดสู่คลาสสิกสำหรับหูยุคใหม่ เพราะพลังงานจังหวะของมันตรงกับเพลงป็อปมากกว่าที่ใครคาด


📜 บทความสาระความรู้โดยทีมงาน ThaiMusicHub.com — ศูนย์รวมความรู้ดนตรีไทยและดนตรีสากล จัดทำเพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทาน หากนำเนื้อหาไปใช้ กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มา