สถิติที่ไม่มีเครื่องใดเถียงได้ กีตาร์คือเครื่องดนตรีที่ถูกครอบครองมากที่สุดในโลก ประเมินกันระดับหลายร้อยล้านตัว มันคือเครื่องแรกของวัยรุ่นทุกทวีป อาวุธของทั้งนักบวชและนักปฏิวัติ เสียงของทั้งเพลงรักข้างกองไฟและสนามกีฬาแสนคน ความสำเร็จมหาศาลนี้มาจากการที่กีตาร์พิชิตโลกถึงสองรอบ รอบแรกด้วยสายไนลอนแบบสเปนที่ใช้เวลาสี่ศตวรรษ รอบสองด้วยไฟฟ้าที่ใช้เวลาเพียงยี่สิบปีแล้วเปลี่ยนดนตรีสมัยนิยมทั้งระบบ บทความนี้จะเล่ามหากาพย์ทั้งสองรอบ ตั้งแต่บรรพบุรุษทะเลทรายถึงเสียงแตกที่ครองโลก

รากเหง้า: จากอูดสู่สเปน

ตระกูลเครื่องดีดคอยาวมีรากลึกถึงอารยธรรมโบราณ แต่สายตรงของกีตาร์เดินผ่านโลกอิสลาม อูด (oud) ลูทไร้เฟรตราชาเครื่องดนตรีอาหรับ ข้ามสู่ยุโรปผ่านสเปนยุคมัวร์ครองแปดศตวรรษ กลายเป็นลูทยุโรปที่ครองยุคเรอเนสซองส์ และวิวัฒน์สายหนึ่งเป็นเครื่องตระกูลกีตาร์ที่สเปนรับเป็นเครื่องประจำชาติ ผ่านรูปสี่สายคู่ ห้าสายคู่ จนตกผลึกที่ หกสายเดี่ยว ราวปลายศตวรรษที่ 18 การปฏิวัติเชิงโครงสร้างมาถึงกลางศตวรรษที่ 19 โดยช่างสเปน อันโตนีโอ เด ตอร์เรส ผู้ขยายตัวถัง วางระบบโครงยึดพัด (fan bracing) ใต้แผ่นหน้า และกำหนดสัดส่วนที่ให้ทั้งพลังและความหวาน แบบตอร์เรสคือกีตาร์คลาสสิกที่โลกใช้ถึงวันนี้ เทียบสถานะได้กับที่สตราดิวารีทำให้ไวโอลิน จากนั้น อันเดรส เซโกเวีย นักกีตาร์สเปนต้นศตวรรษที่ 20 ก็ทำภารกิจที่โลกดนตรีคลาสสิกว่าเป็นไปไม่ได้ พากีตาร์จากร้านเหล้าขึ้นเวทีคอนเสิร์ตใหญ่ ทั้งด้วยฝีมือระดับเปลี่ยนนิยามเครื่อง การถอดงานบาคมาเล่น และการเดินสายให้นักประพันธ์ใหญ่เขียนงานให้กีตาร์ มรดกเซโกเวียคือหลักสูตรกีตาร์คลาสสิกในมหาวิทยาลัยทั่วโลกรวมถึงไทย

อเมริกา: สายเหล็กและเสียงของคนตัวเล็ก

กีตาร์ข้ามมหาสมุทรไปอเมริกาแล้วกลายพันธุ์ครั้งใหญ่ สายเหล็ก แทนไนลอนให้เสียงดังกังวานตัดวงได้ ผู้ผลิตอย่างมาร์ตินพัฒนาโครงยึดตัวเอกซ์รองรับแรงดึงมหาศาล เกิดกีตาร์โฟล์กและตระกูลยักษ์เดรดนอต ที่กลายเป็นเครื่องคู่กายคนงาน คาวบอย และนักเดินทาง กีตาร์คือเครื่องประชาธิปไตยโดยธรรมชาติ ถูก พกง่าย เล่นคอร์ดสามตัวก็ร้องเพลงได้ทั้งคืน มันจึงเป็นเสียงของบลูส์แห่งสามเหลี่ยมปากแม่น้ำมิสซิสซิปปี คันทรีแห่งแนชวิลล์ และโฟล์กประท้วงจากวูดดี กัทรีถึงบ็อบ ดีแลน ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง กีตาร์อะคูสติกคือเครื่องของประชาชนอเมริกันเต็มตัวแล้ว เหลือปัญหาเดียว ในวงดนตรีเต้นรำยุคบิ๊กแบนด์ มันเบาเกินกว่าจะสู้เครื่องเป่าทั้งวง

การปฏิวัติไฟฟ้า: ยี่สิบปีที่เปลี่ยนทุกอย่าง

คำตอบคือไฟฟ้า ทศวรรษ 1930 นักประดิษฐ์แข่งกันติด ปิ๊กอัพแม่เหล็ก ที่แปลงการสั่นของสายเหล็กเป็นสัญญาณไฟฟ้า กีตาร์ไฟฟ้ากลวงรุ่นแรกให้เสียงดังพอโซโลสู้บิ๊กแบนด์ (ชาร์ลี คริสเตียนคือผู้บุกเบิกบนเวทีแจ๊ส) แต่ตัวถังกลวงหอนหวีดเมื่อเปิดดัง ทางออกสุดโต่งคือ ตัวตัน (solid body) ที่เลส พอลทดลองและ ลีโอ เฟนเดอร์ ช่างวิทยุแคลิฟอร์เนียผลิตจริงเชิงอุตสาหกรรม เทเลแคสเตอร์ (1950) กีตาร์กระดานเรียบง่ายซ่อมง่าย ตามด้วยหมุดหมายนิรันดร์ สตราโตแคสเตอร์ (1954) ทรงโค้งรับสรีระ สามปิ๊กอัพ คันโยกเสียง ดีไซน์ที่สมบูรณ์จนแทบไม่เปลี่ยนถึงวันนี้ ฝั่งกิบสันตอบด้วย เลสพอล เสียงหนาอุ่นที่กลายเป็นอีกขั้วคลาสสิก เมื่อร็อกแอนด์โรลระเบิดกลางทศวรรษ 1950 กีตาร์ไฟฟ้าคืออาวุธประจำการของมัน และสองทศวรรษถัดมาคือมหกรรมการค้นพบว่าเครื่องนี้ทำอะไรได้อีก เสียงแตก (distortion) ที่เกิดจากแอมป์ถูกดันเกินขีดกลายเป็นสุนทรียะใหม่ จิมิ เฮนดริกซ์เปลี่ยนฟีดแบ็กและคันโยกเป็นภาษาศิลปะ เอฟเฟกต์เพดัลเปิดจานสีไม่รู้จบ กีตาร์ไฟฟ้าไม่ใช่กีตาร์ที่ดังขึ้น มันคือเครื่องดนตรีใหม่ที่บังเอิญหน้าตาคล้ายของเดิม และมันคือเสียงหลักของดนตรีสมัยนิยมครึ่งหลังศตวรรษที่ 20 ทั้งใบ

เครื่องของประชาชนทุกชาติ

ความเป็นสากลของกีตาร์ไม่แพ้ไวโอลิน มันคือหัวใจของฟลาเมงโกสเปน บอสซาโนวาบราซิล ไฮไลฟ์แอฟริกา และเจร็อกญี่ปุ่น ในไทย กีตาร์เดินทางมากับดนตรีสากลยุคสงครามโลก หยั่งรากผ่านวงสตริงยุคซิกซ์ตีส์ กลายเป็นกระดูกสันหลังของเพลงเพื่อชีวิต (กีตาร์โปร่งคือสัญลักษณ์ของแนวทั้งแนว) เพลงสตริงยุคทอง จนถึงอินดี้และหมอลำซิ่งปัจจุบันที่พิณกับกีตาร์ไฟฟ้าคือญาติสนิทบนเวทีเดียวกัน ร้านกีตาร์อยู่ทุกห้างทุกอำเภอ และคอร์ดกีตาร์คือความรู้ดนตรีที่แพร่หลายที่สุดของคนไทยรุ่นใหม่ เหตุผลความสำเร็จข้ามวัฒนธรรมคือสูตรเดิมที่แรงกว่าเดิม ราคาเข้าถึงได้ พกพาได้ เล่นคนเดียวได้ทั้งทำนองคอร์ดจังหวะ และเป็นเครื่องร้องเพลงประกอบตัวเองที่ดีที่สุดที่มนุษย์เคยออกแบบ

อภิธานศัพท์ประจำบทความ

  • อูด (oud) ลูทอาหรับไร้เฟรต บรรพบุรุษสายตรงของตระกูลลูท-กีตาร์ยุโรป
  • ตอร์เรส ช่างสเปนผู้วางแบบกีตาร์คลาสสิกสมัยใหม่กลางศตวรรษที่ 19
  • โครงยึดพัด / ตัวเอกซ์ (bracing) โครงไม้ใต้แผ่นหน้าที่กำหนดเสียงของกีตาร์คลาสสิกและสายเหล็กตามลำดับ
  • ปิ๊กอัพแม่เหล็ก ตัวแปลงการสั่นสายเหล็กเป็นสัญญาณไฟฟ้า หัวใจของกีตาร์ไฟฟ้า
  • ตัวตัน (solid body) ดีไซน์ตัวถังไม้ตันที่ฆ่าเสียงหอน เปิดยุคเฟนเดอร์-กิบสัน
  • เสียงแตก (distortion) สุนทรียะจากการดันแอมป์เกินขีด ภาษาหลักของร็อกทั้งสาย

คำถามทบทวนและประเด็นชวนคิด

1. เหตุใดกีตาร์จึงชนะเครื่องอื่นในสงครามความนิยมของประชาชน?
มันคือจุดสมดุลที่สมบูรณ์ของสมการสี่ตัวแปร ราคา ความพกพา เส้นเรียนรู้ และความครบ (ทำนอง+คอร์ด+จังหวะ+ร้องประกอบได้) เปียโนครบกว่าแต่แพงและติดที่ ไวโอลินพกได้แต่เส้นเรียนโหดและไร้คอร์ด เครื่องเป่าร้องประกอบไม่ได้ กีตาร์ยอมเป็นรองทุกข้อย่อยเพื่อชนะข้อรวม บทเรียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่คลาสสิกที่สุด ผู้ชนะตลาดมวลชนคือความสมดุล ไม่ใช่ความเป็นเลิศด้านเดียว

2. การยกกีตาร์ขึ้นเวทีคลาสสิกของเซโกเวียใช้ยุทธศาสตร์อะไรที่วงการอื่นเรียนได้?
สามขา ยกมาตรฐานฝีมือจนปฏิเสธไม่ได้ สร้างคลังเพลงจริงจัง (ทั้งถอดงานบาคที่พิสูจน์ศักดิ์ศรีและจ้างนักประพันธ์ร่วมสมัยเขียนใหม่) และสถาปนาระบบการศึกษาผ่านมาสเตอร์คลาสทั่วโลก นี่คือสูตรการยกสถานะศิลปะชายขอบทุกแขนง ฝีมือ คลังผลงาน สถาบัน ครบสามขาเมื่อไรก็เดินเข้าห้องแขกใหญ่ได้เมื่อนั้น สูตรเดียวกับที่ดนตรีไทยร่วมสมัยใช้ไต่เวทีโลกวันนี้

3. เหตุใดเสียงแตกซึ่งคือความผิดพลาดทางวิศวกรรม จึงกลายเป็นสุนทรียะครองโลก?
เพราะหูมนุษย์อ่านมันเป็นความเข้มข้นทางอารมณ์ การบิดเบือนเพิ่มฮาร์มอนิกให้เสียงหนาดุร้ายแบบเดียวกับเสียงตะโกนของคน มันจึงสื่อความคลั่ง ความโกรธ และพลังหนุ่มสาวได้ตรงกว่าเสียงสะอาด ร็อกรับมันเป็นภาษาประจำตัวทันที กรณีนี้คือแบบเรียนอมตะว่านิยามความไพเราะไม่เที่ยง วัฒนธรรมหยิบ "ข้อบกพร่อง" ขึ้นเป็นความงามได้เสมอเมื่อมันตอบอารมณ์ยุค เทียบได้กับเสียงหึ่งของแหนจะเข้ที่หูไทยถือเป็นวิญญาณของเครื่อง

4. กีตาร์โปร่งกับกีตาร์ไฟฟ้าควรนับเป็นเครื่องเดียวกันหรือคนละเครื่อง?
เชิงกายภาพคือญาติ เชิงดนตรีคือคนละเครื่อง แหล่งพลังต่างกัน (กล่องไม้กับแอมป์+เอฟเฟกต์) เทคนิคต่างกัน บทบาทในวงต่างกัน และภาษาสุนทรียะต่างกันสิ้นเชิง นักกีตาร์เก่งด้านเดียวโดยไม่ข้ามได้สบาย การเข้าใจว่านี่คือสองเครื่องช่วยผู้เริ่มเลือกเส้นทางตรงเป้าหมาย อยากร้องเพลงข้างกองไฟหรืออยากโซโลกลางวง สองฝันนี้เริ่มจากเครื่องคนละตัว

5. ควรฟังอะไรเพื่อเข้าใจอาณาจักรกีตาร์ทั้งสองรอบ?
รอบอะคูสติก ฟังเซโกเวียเล่นบาค ฟลาเมงโกของปาโก เด ลูเซีย และฟิงเกอร์สไตล์ร่วมสมัยสักคน รอบไฟฟ้า ฟังชาร์ลี คริสเตียนเพื่อจุดกำเนิด จิมิ เฮนดริกซ์ฉบับแสดงสดเพื่อการปลดปล่อย และโซโลร็อกคลาสสิกที่ใครสักคนแนะนำเสมออย่างโคตรเพลงของเลด เซปเพลิน ปิดด้วยการหยิบกีตาร์จริงลองจับคอร์ดแรก เพราะความลับสุดท้ายของเครื่องประชาชนตัวนี้คือ มันถูกสร้างมาให้เล่น ไม่ใช่ให้ฟังอย่างเดียว


📜 บทความสาระความรู้โดยทีมงาน ThaiMusicHub.com — ศูนย์รวมความรู้ดนตรีไทยและดนตรีสากล จัดทำเพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทาน หากนำเนื้อหาไปใช้ กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มา